ด้โอกาสเหมาะใส่อารมณ์เอากับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ทันที
ระดับพลังปราณของเซียวเคอเฉิงจัดได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เขามีศักดิ์เป็นนายท่านลำดับสามของตระกูลเซียว ทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการค้าขายของตระกูลเป็นหลัก ชายวัยกลางคนไม่เคยตั้งใจเพียรพยายามฝึกปราณ จึงจับระดับพลังปราณในตัวปู้ฟางไม่ได้ นอกจากนี้หากดูจากอายุของชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว เขาคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะมีขั้นปราณสูงส่ง ด้วยเหตุนี้จึงก่นด่าปู้ฟางอย่างหยาบคายเต็มที่โดยไม่คิดออมคำพูด
ปู้ฟางย่นคิ้ว เขามองเซียวเคอเฉิงที่กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาเดียดฉันท์ จากนั้นก็กระตุกมุมปาก เอามือไพล่หลัง แล้วเดินออกไปจากที่แห่งนี้
“ที่เจ้าก็พูดมีเหตุผล”
ปู้ฟางเดินกลับเข้าไปยังตัวเมือง ดวงตาของเจ้าขาวกะพริบแสงพลางมองสำรวจเซียวเคอเฉิงตั้งแต่หัวจดเท้า จากนั้นก็เดินตามปู้ฟางไป
เซียวเยียนอวี่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอันมาก ดวงตาของนางมืดครึ้มด้วยโทสะ
เซียวเคอเฉิงหนอเซียวเคอเฉิง ช่างโง่เง่าสมองทึบเสียจริง!
ถึงเถ้าแก่ปู้จะไม่ได้เก่งกาจเทียบชั้นปลาอสูรตัวนั้นได้ แต่เจ้าไม่รู้หรอกว่าหุ่นเชิดที่เดินตามหลังเขาต้อยๆ นั้นน่ากลัวถึงเพียงใด หุ่นเชิดตัวนี้ทำได้แม้กระทั่งตัดหัวขั้นเทพแห่งสงครามโดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ หากมีเจ้าหุ่นนี่อยู่ข้างกายเรา ไอ้อสูรเวทจากทะเลนั่นก็ไร้ซึ่งความหมาย!
เซียวเยียนอวี่หันไปจ้องเซียวเคอเฉิงตาเขียว จากนั้นก็หันหลังกลับเดินตามปู้