่าพอตัว ป้ายที่ห้อยอยู่ตรงประตูเขียนว่าร้านหอมหวนชวนเมา
ลายพู่กันของชื่อร้านเขียนด้วยตัวอักษรที่ดูมีชีวิตชีวาแต่ก็คลุมเครือเล็กน้อย โดยรวมทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายใจพอตัว เป็นฝีแปรงของคนที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา
“ร้านหอมหวนชวนเมา สามคำนี้เป็นฝีพู่กันของจักรพรรดิฉางเฟิ่ง สมัยที่พระองค์เสด็จมายังเมืองนครใต้และมีโอกาสได้เสวยปลาธารมังกรหมักน้ำส้มสายชู พระองค์เสนอขอเป็นผู้เขียนป้ายร้านให้ แต่ตอนแรกกลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากตอนนั้นพระองค์ปลอมตัวเดินทางท่องเที่ยวอย่างคนทั่วไป จึงไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริง เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว” เซียวเยียนอวี่เล่าเรื่องราวให้ชายหนุ่มฟังขณะที่ทั้งสองเดินเข้าร้านมา
ภายในร้านเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าที่ทั้งเข้ามาและออกไป กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“บริกร พวกข้าขอโต๊ะที่ชั้นสองได้หรือไม่” เซียวเยียนอวี่เรียกบริกรคนหนึ่งที่มีผ้าขนหนูสีขาวพาดบ่า
ตอนแรกบริกรคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ผู้ที่สามารถจ่ายราคาอาหารที่ชั้นสองได้ต้องเป็นคนมั่งมีอย่างแน่นอน เนื่องจากอาหารที่ชั้นสองราคาแพงกว่าชั้นแรกมาก
แต่ปู้ฟางกับเซียวเยียนอวี่ดูไม่ได้สนใจความแตกต่างของราคาแม้แต่น้อย ที่ชั้นแรกมีคนเยอะเกินไป ทำให้น่าจะหาโต๊ะไม่ได้เร็วๆ นี้ ทั้งสองอยากรีบตรงไปที่ชั้นสองมากกว่า
พวกเขาเดินตามบริกรขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด จนไ