ยังไม่กล้าแหยมกับขั้นจักรพรรดิยุทธการเลย ในนครใต้นี้ผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการจัดว่าใหญ่คับเมืองชนิดไม่ต้องมานั่งเต๊ะท่าแล้ว
พลังกดดันของปู้ฟางไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากำลังคุกคาม มันออกจะสงบนิ่งและเยือกเย็นไม่ต่างจากบุคลิกของเจ้าตัว แต่อย่างไรก็ยังเป็นพลังของขั้นจักรพรรดิยุทธการอยู่ดี ดังนั้นทุกคนในที่แห่งนี้จึงล้วนรู้สึกหายใจหายคอไม่ออกเมื่อต้องเผชิญกับพลังกดดันดังกล่าว
ปู้ฟางมองไปรอบๆ พอได้เห็นเหล่าฝูงชนที่หวาดกลัว เขาก็เลิกคิ้วสูงทันใด รู้สึกเบื่อขึ้นมานิดๆ
เขาหยิบผลึกขึ้นมาหนึ่งชิ้นจากกระเป๋าคลังเก็บแล้วโยนลงบนโต๊ะ
ผลึกแวววาวส่งเสียงดังแกร๊กเมื่อกระทบกับผิวโต๊ะ เสียงนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของแม่นางหลิวและชาวคณะ เปลี่ยนแข้งขาของทุกคนให้กลายเป็นวุ้นยวบยาบทันที
แม่นางหลิวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นคนโง่เง่าไร้สมอง นางทำพลาดอีกครั้งแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้ไม่ใช่พ่อครัวสักหน่อย แต่เป็นผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิยุทธการผู้แข็งแกร่งต่างหาก
แม่นางหลิวอยากร่ำไห้ออกมาด้วยความท้อแท้ เหตุใดพ่อหนุ่มนี่จึงต้องทรมานกันเช่นนี้ด้วย
ปู้ฟางเอามือไพล่หลังไล่สายตามองทุกคนในห้องอย่างเย็นชา สุดท้ายดวงตาของเขาก็ไปหยุดลงที่ร่างแม่นางหลิว เขายกริมฝีปากขึ้นพลางเอ่ยถาม “หนึ่งผลึก… พอค่าอาหารหรือไม่”
ขาของแม่นางหลิวสั่นเทิ้ม นางอยากร่ำไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตาให้เช็ด หญิงสาวตอบพร้อมพยักหน้ารัว “พอ พอจ้ะ พอแน่นอน”
อย่