รเปลี่ยนของปู้ฟาง ใบหน้าของพวกนางก็บิดเบี้ยวขึ้นมา
ปู้ฟางชำเลืองมองหญิงสาวที่ตบโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยสายตาประหลาดใจ นางพูดอะไร เป็นพ่อครัวแล้วผิดตรงไหน มีเหตุผลกลใดกันที่แม่นางผู้นี้ต้องดูถูกดูแคลนอาชีพคนทำอาหาร
“เป็นแค่พ่อครัวซอมซ่อแต่กลับเต๊ะท่าใหญ่โตเข้ามาในหอวสันต์สุคนธ์ของเรา ดูเหมือนถ้าข้าไม่สั่งสอนบทเรียนเจ้าในวันนี้ เจ้าก็คงจะคิดไปเองว่าหอวสันต์สุคนธ์ของเราเป็นสนามเด็กเล่นที่จะเข้ามาวิ่งเล่นได้ตามใจ” แม่นางหลิวลุกขึ้นยืน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงขณะที่หญิงสาวกล่าวคำพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ปู้ฟางขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มเย็นชาขึ้นมาบ้าง ผู้หญิงคนนี้ช่างไร้เหตุผลเกินไปแล้ว ไม่ใช่นางเองหรอกหรือที่เป็นคนลากเขาเข้ามา เขาไปเต๊ะท่าใหญ่โตตั้งแต่เมื่อไรกัน
“ชุนฮัว เจ้าไปเรียกผู้คุ้มกันมา! วันนี้ข้าจะขอสั่งสอนบทเรียนเจ้าเด็กนี่เสียหน่อย จะเสียดายก็แค่วัตถุดิบแพงๆ ที่ใช้ทำอาหารบนโต๊ะนี้ก็เท่านั้นละ” แม่นางหลิวกล่าว
ชุนฮัวรีบพยักหน้ารับ นางรู้ดีว่าตอนนี้ท่านป้าหลิวโกรธจนลมออกหูแล้ว ทางที่ดีนางควรจะเชื่อฟังคำพูดอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้
“พ่อครัว ฮึ…ยากจนและซ่อมซ่อ” แม่นางหลิวปรายตามองปู้ฟางพลางส่ายศีรษะรัวๆ แล้วเหยียดยิ้ม นางเองก็มีวันที่ผิดพลาดได้เหมือนกันสินะ
ความจริงแล้วแม่นางหลิวรู้แน่แก่ใจว่าคนเป็นพ่อครัวไม่ได้แปลว่าจนเสมอไป แต่นางคิดไปเองตั้งแต่แรกว่าปู้ฟางนั้นเป็นคุณชายน้อยจากตระกูลร่ำร