ม่อยู่
ปู้ฟางยกมือขึ้นปิดจมูก คิ้วกระตุก พลางดึงมือออกจากร่างกายของอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้น “อย่าเข้ามาใกล้ข้า พูดให้รู้เรื่องด้วย”
หญิงสาวอึ้งไป จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาขณะยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นโบก
ปู้ฟางมองไปรอบๆ แล้วสังเกตเห็นหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยไม่ต่างกันอีกหลายราย พวกนางกำลังยกยิ้มพลางหัวเราะคิกคักขณะดึงมือเหล่าชายหนุ่มเข้าไปในหอนางโลมที่ดูงดงามโอ่โถง
“คุณชายน้อย จะมัวลังเลอยู่ทำไม หอวสันต์สุคนธ์นะโด่งดังที่สุดในแคว้นหางหยางแล้ว ที่นี่…เรียกความมั่นใจของท่านคืนมาได้นะ” หญิงสาวพูดพร้อมยิ้มหวาน โบกผ้าเช็ดหน้าไปมา กลิ่นแป้งแต่งหน้าลอยมาปะทะจมูกปู้ฟางอีกรอบ
ปู้ฟางถอยร่นด้วยท่าทางรังเกียจ เอามืออุดจมูกพลางส่ายหน้าพัลวัน เขาอยากหันหลังกลับแล้วหนีไป กลิ่นของแป้งแต่งหน้ารุนแรงมาก สำหรับคนที่ประสาทสัมผัสอ่อนไหวอย่างปู้ฟาง นี่ถือเป็นความทรมานอย่างเหลือล้ำ
“ขอโทษด้วย ข้าสนแต่อาหารอร่อยเท่านั้น ที่นี่มีอาหารเลิศรสให้ลิ้มรสหรือไม่เล่า” ปู้ฟ่างถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะยังเอามือปิดจมูกไม่เลิก
หญิงสาวอึ้งไปอีกครา พลางรู้สึกว่าหนุ่มหล่อตรงหน้านางเป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อย นางขยิบตาพลางกล่าวออกมา “ของอร่อยหรือ… แน่นอนว่าต้องมีของอร่อยแน่ ของอร่อยมากมายหลายชนิดเลยทีเดียว ไม่ว่าท่านจะอยากลิ้มรสไหน… พวกเราก็มีทั้งนั้น แต่ช่วยเลิกถามให้มากความทีเถอะ เดี๋ยวเข้าไปก็จะรู้เองว่าหอวสันต์สุคนธ์ของเราไม่เคยทำให้ใครผ