งเห็นได้ชัด อาจเรียกได้ว่าเป็นความแตกต่างระหว่างสองแคว้นก็ไม่ผิด
ปู้ฟางเดินไปยังถนนสายหนึ่งที่มีผู้คนคลาคล่ำ เหล่าคนบนถนนล้วนดูกระตือรือร้น พ่อค้าแม่ขายที่สองฝากถนนต่างกำลังส่งเสียงเร่ขายสินค้าไม่หยุดปาก กลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
“ไงจ๊ะพ่อรูปหล่อ วันนี้อากาศดี๊ดี แวะมาที่หอวสันต์สุคนธ์ของเราหน่อยเป็นไง”
ขณะกำลังมองสำรวจรอบๆ หูของเขาก็ได้ยินน้ำเสียงทรงเสน่ห์ ตามมาด้วยกลิ่นแป้งแต่งหน้าฉุนจัดที่ทำเอาชายหนุ่มหงุดหงิดใจจนต้องขมวดคิ้วแน่น
เมื่อปู้ฟางหันไปมอง เขาก็เห็นหญิงสาวแต่งกายประหยัดเนื้อผ้าโบกหน้าด้วยแป้งหน้าเตอะ กำลังเดินโยกย้ายส่ายสะโพกตรงมาหา
ทันทีที่ปู้ฟางเห็นอีกฝ่าย เขาก็รีบถอยหลังกรูด นี่มันผีบ้าอะไรกัน
หญิงสาวผู้นี้รูปร่างหน้าตาดูดีเกินมาตรฐาน แต่สายตาที่นางใช้มองปู้ฟางนั้นราวกับเป็นสายตาของสุนัขป่าหรือไม่ก็เสือที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
เมื่อเห็นปู้ฟางถอยหลังไปหลายก้าว สาวเจ้าก็ยิ่งตามติด แล้วรีบคว้ามือของเขามาแตะตัวนางทันที ปู้ฟางยืนแข็งอยู่กับที่ รู้สึกได้ถึงมือของตนเองที่กำลังกดอยู่บนอวัยวะต้องห้าม
“คุณชายน้อย ท่านคงเพิ่งมาเยือนนครใต้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็แวะเข้ามาในหอวสันต์สุคนธ์ของเราก่อนเถอะ มาเถอะนะ เข้ามาเร็ว” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนทรงเสน่ห์ขณะยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบดบังรอยยิ้มของตนเองไว้
กลิ่นแป้งแต่งหน้าทำเอาปู้ฟางรู้สึกคันจมูกจนต้องจามออกมาอย่างกลั้นไ