านในกันเถิด” พอพูดเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินเอามือไพล่หลังไปทางตำหนัก
เขาแสดงตราหลวงเพื่อไล่องครักษ์ที่มีหน้าที่กันคนนอกออกไป ทั้งสองเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดาย
ตำหนักนั้นตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม เสียงหัวเราะคิกคักหวานหูของหญิงสาวมากหน้าหลายตาลอยออกจากบริเวณสวน ทำให้บรรยากาศดูน่ารื่นรมย์มากขึ้นไปอีก กลางวงนั้นมีร่างหนาร่างหนึ่งกำลังสนุกสนานอยู่ท่ามกลางหมู่สาวงาม
“องค์ชายของข้า มีคนอยู่ตรงนั้นเพคะ” สตรีสาวสวยร่างผอมร่างหนึ่งหันมามองทางจีเฉิงเสวี่ยและเซียวเหมิงด้วยสีหน้างุนงง จากนั้นก็หันไปบอกจีเฉิงอันที่กำลังหยอกเย้าอยู่กับบรรดาสาวน้อย
จีเฉิงอันชะงักไป เขาหันกลับมามอง แล้วก็เห็นจีเฉิงเสวี่ยยืนนิ่งหลังตรงเผงเหมือนกระบี่เล่มยาวอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มหรี่ตาพลางยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก เรามาสนุกกันต่อเถิด” จีเฉิงอันทำเพียงหัวเราะน้อยๆ พลางหันมาดึงสตรีร่างอวบอัดนางหนึ่งเข้าไปในอ้อมอก ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น จากนั้นเสียงกระเซ้าเย้าแหย่สนุกสนานก็ดังสะท้อนไปทั่วตำหนักไร้กังวลต่อไป
เจ้าอยากให้ข้าใช้ชีวิตสนุกสนานให้เต็มที่มิใช่หรือ เช่นนั้นข้าก็จะมีความสุขให้ดู
เซียวเหมิงถอนหายใจเงียบๆ ส่วนดวงตาของจีเฉิงเสวี่ยก็มืดลง แม้ใบหน้าจะยังคงไร้ความรู้สึกตามเดิม
“ไปกันเถิด” จีเฉิงเสวี่ยมองจีเฉิงอันด้วยสายตาเย็นชา องค์ชายหนึ่งนั้นยังคงเต้นรำสนุกสนานกับสาวสวยต่อไป ส่วนจักรพรรดิหนุ่มก็หันหลังเพื่อ