ทั้งคู่ชนจอกสุราในมือเข้าหากันพลางเงยหน้าขึ้นกระดกสุราหมดจอก
“จะว่าไปเถ้าแก่ปู้ ตาแก่คนนี้หงุดหงิดเกินจะกล่าว! ข้าเกลียดตนเองเหลือเกินที่ไม่ได้เจอเจ้าเร็วกว่านี้ หากได้ดื่มกับมิตรคู่ใจแล้ว พันจอกก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แม้แต่น้อย แต่สำหรับเราสองแล้ว ข้าว่าหมื่นจอกก็ไม่พอ มาเถิด ชนแก้ว!”
สีหน้าของปู้ฟางยังคงดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเดิม แต่ปากของเขากลับยิ้มกว้าง ใบหน้าแดงก่ำของชายหนุ่มบ่งบอกความในใจอย่างชัดเจน
หนี่หยันตกใจจนไปต่อไม่ถูก เถ้าแก่ปู้…กำลังยิ้มรึ
ผีบ้าอะไรกันนี่!
นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นปู้ฟางยิ้ม แต่รอยยิ้มแรกของเขากลับมอบให้บุรุษด้วยกัน…ภาพของเถ้าแก่ปู้ผู้แสนเย็นชาสง่าผ่าเผยในใจนางถึงกับพังทลายลงมาเหมือนหน้าผาถล่ม!
เจ้าคุยกับตาแก่นี่อย่างออกรสออกชาติถึงขนาดนี้ได้อย่างไรกัน เบื่อจนไม่มีอะไรทำแล้วหรือ
“อ้าว เจ้าหนู บรรลุแล้วรึ มานี่สิ มาให้ข้าแนะนำเถ้าแก่ปู้ให้เจ้ารู้จัก ตั้งแต่วันนี้ไปข้านับเถ้าแก่ปู้เป็นน้องชายข้าแล้ว! หากเจ้าเจอเขาในอนาคต เอิ๊ก ก็อย่าลืมเรียกเขาว่าท่านอาปู้ล่ะ!” ใบหน้าของตาแก่ขี้เมาแดงก่ำขณะประกาศฉายาใหม่ของปู้ฟางให้หนี่หยันฟังอย่างมีความสุข
ปู้ฟางมองหน้าหนี่หยันแล้วยิ้มออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มเองก็แดงเป็นลูกตำลึงไม่ต่างกัน
หนี่หยันมองทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่า ท่านอาปู้…บ้าอะไรกันนี่ ตาแก่ขี้เมาเอ๋ย เจ้ามีหน้าที่คุ้มกันข้าให้พ้นจากอันตราย แต่กลับไปนับญาติหา