ี่ก็เดินนวยนาดไปที่ประตูเมือง แต่ในตอนที่กำลังจะเดินเข้าประตูเมืองไปนั้นเอง เสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้นจากระยะไกล
หนี่หยันและคนอื่นๆ หันไปมองตามเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ส่วนชายชรานั้นจิบสุราหนึ่งอึกก่อนจะหันไปมองเช่นกัน
พวกเขาเห็นมังกรสีดำตัวมหึมาปีกแผ่กางเต็มความยาวกำลังบินตรงมาจากระยะไกล มันปล่อยพลังกดดันรุนแรงออกมาตามแบบฉบับสัตว์กึ่งมังกร
“โฮ่ๆ อสูรเวทระดับเจ็ด มังกรนรกทมิฬรึ” ชายชราหัวเราะในลำคอ
แต่ท่าทางของหนี่หยันกับอีกสองคนที่เหลือนั้นไม่ได้ดูผ่อนคลายเหมือนชายชราสักนิด เนื่องจากพวกเขาถูกพลังกดดันดังกล่าวทับเอาไว้ ดวงตาของคนทั้งสามหรี่เล็กเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่บนหลังมังกร
คนผู้นั้นเป็นชายชราหลังโกงที่มีพลังปราณแข็งแกร่งดุดันราวหินผา
“นั่นมัน…ผู้ฝึกตนจากสามวิหารเทพเจ้าแห่งดินแดนป่ารกชัฏมิใช่รึ” หนี่หยันพึมพำ
ในที่สุดผู้ฝึกตนระดับเจ็ดจากสามวิหารเทพเจ้าแห่งดินแดนป่ารกชัฏก็เข้าร่วมเหตุการณ์ชุลมุนครั้งนี้จนได้
…
ในสวนเล็กๆ แห่งหนึ่งของนครหลวง พ่อครัวเงาหวังติงยืนชำแหละอสูรเวทระดับห้าอยู่ด้วยการโบกสะบัดมีดสองสามครั้ง
มือของเขาคล่องแคล่วว่องไวจนดูราวกับว่ามีดชำแหละนั้นกำลังเต้นระบำอยู่ เนื้อของอสูรเวทปลิวออกจากร่างตามการสับทุกครั้ง
ภายในอึดใจ ร่างของอสูรเวทก็ขาวสะอาดเห็นแต่กระดูก เนื้อหลุดออกมาหมดจดด้วยคมมีดของพ่อครัวเงา
เขาเก็บมีดกลับจากนั้นก็ล้างมือให้สะอาด แล้วเดินตัวสั่นเข้