ของเขาแม้แต่น้อย ถึงดอกบัวจะเป็นวัตถุดิบล้ำค่า แต่อวี่เฟิงก็รู้ดีว่าโจ๊กชามที่เขาเพิ่งกินเข้าไปมีวัตถุดิบที่ล้ำค่าเทียบเคียงดอกบัวประมุขน้ำแข็งอยู่อย่างน้อยสองชนิดด้วยกัน
“เถ้าแก่ปู้ หากท่านไม่ว่าอะไร…พอจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ข้าจะทำหน้าที่เป็นองครักษ์ปกป้องร้านท่าน เมืองที่ใหญ่โตอย่างนครหลวงนี้เถ้าแก่ปู้คงทำมาค้าขายลำบากไม่น้อย…แม้ตัวข้าจะไม่ได้มีเคล็ดวิชามากมาย แต่ขั้นปราณก็จัดว่าใช้ได้อยู่…” อวี่เฟิงเสนอออกมาหลังจากคิดอยู่สักพัก การที่เขาผู้ซึ่งเป็นถึงขั้นนักพรตยุทธการจากเผ่ามนุษย์อสรพิษมาเสนอตัวทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้พ่อครัวนั้น น่าจะมากพอตอบแทนบุญคุณได้
เมื่อได้ยินข้อเสนอนั้น อวี่ฝูและอาหนีก็มีสีหน้าสนใจใคร่รู้ทันที
ปู้ฟางได้แต่อึ้งไป ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร…
“ไม่เป็นไร…ไม่ต้องมาเป็นองครักษ์อะไรนั่นหรอก…ข้าว่า…”
“เถ้าแก่ปู้ไม่ชอบข้อเสนอนี้หรือ แม้พลังปราณของข้าจะไม่ได้จัดว่าอยู่ในอันดับสูงในนครหลวงของมนุษย์อสรพิษ แต่ก็น่าจะเอาชนะผู้ฝึกตนในนครหลวงของจักรวรรดิวายุแผ่วได้ไม่ยาก…” อวี่เฟิงประกาศด้วยความมั่นใจในตนเองเต็มเปี่ยม
อวี่ฝูและอาหนีอดกลอกตาใส่อีกฝ่ายไม่ได้
เขาคิดว่าตนเองเป็นใครกัน ร้านอาหารของเถ้าแก่ปูนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว…แล้วก็เป็นร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งดูไม่มีพิษไม่มีภัยนี้เอง ที่ทำให้นครหลวงตกอยู่ในความโกลาหลอยู่ทุกวันนี้…
มีขั้นนักพรตยุทธการหลายต่อหลายคนพยายามสืบเสาะห