ป็นเช่นนี้ ข้าคงพูดไปตรงๆ แล้วว่าแค่ขั้นนักพรตยุทธการ…ยังไม่ดีพอที่จะมาเป็นองครักษ์ให้ร้านนี้หรอก”
ปู้ฟางเม้มปาก อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับตนเองเล็กน้อย จากนั้นก็ยกไม้กระดานปิดทางเข้า แล้วจัดการเก็บกวาดถ้วยชามก่อนเดินกลับเข้าครัวไปเพื่อฝึกทำอาหารสองสามรายการ พอเสร็จครบทุกอย่างชายหนุ่มก็เดินขึ้นห้องไปพักผ่อนหย่อนใจ
ในบริเวณห้องอาหาร ต้นตื่นรู้ทางห้าสายปล่อยกลิ่นเข้มขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนว่าต้นไม้ต้นนี้กำลังเจริญงอกงามขึ้นอย่างดี
…
“อวี่ฝู…ใครกันที่ทำร้ายเจ้าหนักขนาดนี้” ขณะที่อวี่เฟิงกำลังเลื้อยออกจากตรอก ใบหน้าของเขาก็ถมึงทึงขึ้นเมื่อเห็นอาการบาดเจ็บของอาหนีและอวี่ฝู
เขาอยากจะถามคำถามนี้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในร้านแล้ว แต่เกรงใจเถ้าแก่ปู้จึงไม่ได้พูดอะไร ทว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป
อวี่ฝูคือบุตรสาวคนเดียวของเขา.. ทว่าวันนี้เนื้อตัวของนางกลับเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ดูเหมือนว่าระหว่างที่เขาหมดสติไปจะเกิดเรื่องขึ้นไม่น้อยเลย
เมื่อได้ยินคำถามนี้ อาหนีก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ตอนนี้อวี่เฟิงหายดีแล้ว ชายหนุ่มจึงรู้สึกราวกับว่าตนเองมีที่พึ่งมากขึ้นในนครหลวงที่เต็มไปด้วยขั้นนักพรตยุทธการแห่งนี้
อาหนีเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดตอนที่อวี่เฟิงหมดสติอยู่ รวมถึงตอนที่อวี่ฝูถูกเจ้ามู่เฉิงจับตัวไปทรมานให้อีกฝ่ายฟัง ทั้งยังเล่าถึงตอนที่ตนไปให้คำมั่นสัญญากับอู๋อวิ๋นไป่เอาไว้ เพื่