ณ สวนสวยวิจิตรซึ่งล้อมรอบไปด้วยศาลาและระเบียง แบ่งเป็นสัดส่วนด้วยลำธารเล็กๆ ที่ไหลลงไปรวมกันตรงกลางสวน มีภูเขาจำลองปรากฏเป็นฉากหลัง สายน้ำที่ไหลคดเคี้ยวไปมาภายในสวนมีต้นกำเนิดมาจากหน้าผาหินบนภูเขาจำลองนั่นเอง
แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วสวน ส่องสะท้อนน้ำในลำธารจนดูระยิบระยับราวกับเป็นทะเลแห่งดวงดารา
ที่มุมหนึ่ง ร่างสองร่างค่อยๆ หย่อนตัวเองลงมาบนพื้นหญ้าเขียวขจีอย่างเงียบกริบจนไม่มีผู้ใดรู้ตัว ใบหน้าของอาจารย์อาอู๋เต็มไปด้วยความวิตกกังวลขณะเดินตามอู๋อวิ๋นไป่ซึ่งกำลังเดินตัดสวนไปติดๆ ที่นี่เป็นที่ที่อาหนี่บอกว่ามนุษย์อสรพิษถูกจองจำอยู่ภายใน และเป็นสถานที่พักอาศัยของเจ้ามู่เฉิงเช่นกัน
“แม่นาง… โปรดระวังด้วย ในเมื่อเจ้ามู่เฉิงตั้งใจล่อให้เถ้าแก่ปู้มาที่นี่ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่หมอนั่นจะไม่วางกับดักหรือวางแผนซุ่มโจมตีเอาไว้” อาจารย์อาอู๋กล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม
อู๋อวิ๋นไป่พยักหน้ารับ นางตระหนักเรื่องนี้ดี ไม่มีทางที่เจ้ามู่เฉิงจะไม่เตรียมการใดๆ เพื่อรอรับมือเถ้าแก่ปู้
คนทั้งคู่อดรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาไม่ได้เมื่อต้องยืนอยู่ในสวนที่นิ่งสนิทและเงียบสงัด ซึ่งนานๆ ทีจะมีเสียงสายน้ำไหลดังมาให้ได้ยิน
“ไปกันเถอะ… เราต้องหาด้วยว่าพวกมนุษย์อสรพิษถูกขังไว้ที่ไหน” อู๋อวิ๋นไป่เอ่ย
ภายในพริบตาทั้งสองร่างก็พุ่งไปไกลลิบแต่กระนั้นก็ยังไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ
เจ้ามู่เฉิงยืนเอามือไพล่หลังอยู่ในห้องห้องหนึ่ง ที่ข้