ำหรับอู๋อวิ๋นไป่ ว่ากันตามตรงคนกลุ่มนี้ถือเป็นศัตรูทรงอำนาจสมน้ำสมเนื้อกับตำหนักเมฆาขาว แต่ทั้งสองฝ่ายตั้งอยู่คนละพื้นที่ ตำหนักเมฆาขาวแผ่อิทธิพลเหนือหนองน้ำปราณมายา ส่วนวิหารเทพเจ้าสำดับสามแห่งดินแดนป่ารกชัฏครอบครองพื้นที่ทางตอนกลางของป่ารกชัฏ
แม้อู๋อวิ๋นไป่จะพูดว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิด แต่ฝ่ายที่มีผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการจำนวนมากย่อมเป็นวิหารเทพเจ้าสำดับสามแห่งดินแดนป่ารกชัฏ ส่วนสำนักพุทธอย่างเกาะมหายานนั้นแม้จะอยากอวดขุมพลังเพียงใด ก็ไม่มีน้ำหน้าจะทำเช่นนั้นได้
“โอ้ หญิงสาวหน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มอย่างเจ้ารู้จักเราด้วยหรือ ดูท่าปูมหลังของเจ้าก็ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน!” ชายที่นั่งอยู่บนหลังเสือดาวเหยียดยิ้มขณะปรายสายตามองอู๋อวิ๋นไป่
เจ้ามู่เฉิงลงมายืนอยู่บนยอดเขาจำลองพลางมุ่นคิ้ว จากนั้นก็ตะโกนถามอู๋อวิ๋นไป่กับอาจารย์อาอู๋ “เหตุใดจึงเป็นพวกเจ้าที่มาช่วยมนุษย์อสรพิษ แล้วปู้ฟางเล่า”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น อู๋อวิ๋นไป่ก็ทำเพียงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอวดดีแต่ไม่พูดอะไร
“ช่างเถอะ… ในเมื่อพวกเจ้ายอมมาเสี่ยงแทนหมอนั่น แปลว่าความสัมพันธ์ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน จับตัวพวกเจ้าเอาไว้เจรจากับเจ้านั่นผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน” เจ้ามู่เฉิงประกาศด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะหันไปมองเหล่าขั้นนักพรตยุทธการที่อยู่ด้านล่างตน
“ถ้าจับตัวพวกมันได้ โอกาสที่พวกเจ้าจะได้ครอบครองต้นตื่นรู้ทางห้าสายก็จะมีมากขึ้น เอาละ เพื่อต้นไม