ี่เขาไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้จึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้กัน!
“ไอ้สารเลว! ตายเสียเถอะ!”
สิ้นเสียงตะโกนเกรี้ยวกราด กระบี่เมฆาหกเหินที่ห้อมล้อมด้วยลำแสงกระบี่ก็พุ่งตรงเข้าใส่นักบวชหัวโล้นทันที
เอื้อก
ร่างของนักบวชหัวโล้นลอยละล่องไปตามแรงปะทะ เลือดไหลออกมาราวห่าฝน
อู๋อวิ๋นไป่ที่ยังใช้ฝ่ามือกดบาดแผลของตัวเองอยู่ได้ยินเสียงดังตุ้บสะท้อนก้องอยู่เบื้องหลัง นางหันไปมองนักบวชหัวโล้นเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็คำรามเสียงต่ำพลางหายตัวไปท่ามกลางความมืดมิด
เสียงลมหวีดหวิวมาพร้อมบรรยากาศชวนสังเวช
นักบวชหัวโล้นมองดวงจันทร์ที่ลอยอยู่สูงบนฟากฟ้าด้วยดวงตาที่มีน้ำตากบ พลางสบถสาบานในใจว่าจะไม่คิดหาเรื่องกินเนื้อสุนัขอีกแล้วในชาตินี้
…
เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน แสงแรกของวันส่องลอดหน้าต่างของร้านอาหารเล็กๆ พลางอาบไล้ความอบอุ่นไปทั่วใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของร้าน เมื่อถูกปลุกจากการหลับลึก ปู้ฟางก็ย่นจมูกจากนั้นจึงลืมตาขึ้น
ได้เวลาเริ่มต้นเช้าที่สดใสอีกวันแล้ว
ปู้ฟางกระโจนออกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตา จากนั้นก็ลงไปที่ครัวเพื่อฝึกทักษะการใช้มีดและการแกะสลักประจำวัน เมื่อทำกิจวัตรเสร็จ เขาก็เตรียมซี่โครงเปรี้ยวหวาน จากนั้นจึงยกจานออกไปนอกร้านตรงไปยังจุดที่เจ้าดำนอนอยู่
“เจ้าดำ ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว…” ปู้ฟางเรียกอีกฝ่ายเบาๆ ทว่าปฏิกิริยาของเจ้าดำก็ทำเอาชายหนุ่มชะงักไป ปกติเจ้าดำจะเดินหูตั้งหางกระดิกตรงมายังจานอาหาร ทว่าวันนี้