หญิงสาวมียันต์หยกตำหนักเมฆาขาวติดตัว นางจึงเรียกใช้งานยันต์แล้วหนีออกมาจากกับดักมรณะได้ในที่สุด หากไม่มีไพ่ตายใบนี้ ไม่แน่ว่านางอาจเอาชีวิตไปทิ้งเสียแล้วก็เป็นได้
เพราะดูท่าแล้วเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์จากวิหารเทพเจ้าคงไม่คิดปรานีนางแต่อย่างใด
หญิงสาวกระชับอาวุธกึ่งเทพในมือแน่น พลางใช้มืออีกข้างกดแผลเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดขณะเร่งความเร็วเพื่อหนีออกมา แต่จู่ๆ สีหน้าของนางก็แข็งค้างเมื่อเห็นร่างที่อยู่ไกลๆ
ร่างตรงหน้าคือชายหัวโล้นในสภาพกระเซอะกระเซิง ที่กำลังกะโผลกกะเผลกตรงมาพลางใช้มือกดบาดแผลของตนเอาไว้
“ขอทานที่ไหนมาเดินเตร็ดเตร่อยู่กลางถนนกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้” นางพึมพำกับตัวเองขณะกลืนเลือดลงคออึกใหญ่ ท่ามกลางความสับสน ทันใดนั้นดวงตาของนางก็หรี่เล็กลงเมื่อนึกขึ้นได้ในที่สุดว่าร่างตรงหน้านั้นเป็นใคร!
“เจ้าเองรึ!” เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวจำนักบวชหัวโล้นได้ จึงปล่อยรังสีสังหารออกจากดวงตาอย่างไม่คิดปกปิด “ไอ้โล้นที่เป็นคนส่งข่าวให้เจ้ามู่เฉิงมิใช่รึ”
สีหน้าของนักบวชหัวโล้นในตอนนี้อธิบายได้คำเดียวว่ากำลังอกสั่นขวัญหาย การอยากลิ้มรสเนื้อสุนัขทำเอาเขาเกือบถูกเจ้าสุนัขดำตบเอาถึงตาย เขาคิดว่าตัวเองไม่น่าดวงซวยไปกว่านี้แล้ว ทว่าเมื่ออุตส่าห์ลากสังขารของตนมาถึงประตูตำหนักของเจ้ามู่เฉิง ก็กลับพบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับแม่นางคนงามที่ในมือกำลังกวัดแกว่งกระบี่ส่วนใบหน้าฉายคำว่า ‘สังหาร’ ออกมาอย่างเด่นชัด น