ยืนต้านสายลมอยู่กลางอากาศที่กำลังเล่นนิ้วเรียวยาวของตนเองรวมอยู่ด้วย
“ไอ้โง่มู่เฉิง… ในเวลาเช่นนี้ยังกล้าทำตัวเป็นจุดเด่น หรือว่าอยากจะเรียกปัญหาเข้าหาตัวกันแน่นะ บรรยากาศกดดันจากอสูรเวทระดับแปดเพิ่งจะสลายไปไม่นาน ตอนนี้เจ้ากลับมาสร้างความวุ่นวายต่อเสียได้…” มู่หลิงเฟิงขมวดคิ้วด้วยท่าทางเดียดฉันท์
ความจริงที่ว่าร้านรูหนูที่ครอบครองต้นตื่นรู้ทางห้าสายมีอสูรเวทระดับแปดเป็นสุนัขเฝ้ายามถือเป็นข่าวร้ายสำหรับเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย มีอสูรเวทที่แข็งแกร่งเช่นนั้นยืนคุมร้านไว้ หากคิดจะเอาต้นไม้นั้นมาครอบครองเขาคงต้องจ่ายไม่น้อยแน่
“สงสัยคงต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสเสียแล้ว… ต้นตื่นรู้ทางห้าสาย… ข้าต้องได้มันมาครองให้ได้” ดวงตาของมู่หลิงเฟิงหรี่เล็กขณะบิดนิ้วไปมา อึดใจถัดมานกท่าทางดุร้ายก็ปรากฏขึ้นในมือ ชายหนุ่มก้มหัวลงไปพูดบางอย่างให้เจ้านกฟัง มันส่งเสียงจิ๊บรับรู้ก่อนที่จะสยายปีกบินจากไป
“ตอนที่ผู้อาวุโสมาถึง ต้นตื่นรู้ทางห้าสายก็คงออกผลพอดี… เมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะได้ลงมือกัน”
มู่หลิเฟิงหายใจแรงจากนั้นก็หันเหความสนใจมาอยู่ที่การต่อสู้เบื้องล่าง เขาสบถออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเหาะจากไป
…
หยดเลือดไหลออกมาจากมุมปากของอู๋อวิ๋นไป่ นางหายใจหนัก แขนและกระบี่เมฆาหกเหินที่อยู่ในมือต่างสั่นเทิ้ม
แม้จะมีกระบี่เมฆาหกเหินเป็นอาวุธคู่กาย แต่การเผชิญหน้ากับผู้เยี่ยมยุทธ์จำนวนไม่น้อยก็ถือเป็นงานหนัก โชคดีที่