ภาพเช่นนี้…” เจ้าดำพูด
โครม!
ฉางเต๋อหมอบคลานอยู่กับพื้น ร่างทั้งร่างชุมโชกด้วยเหงื่อเย็น เขาเหลือบตามองไปด้านข้าง รูม่านตาหดแคบทันที ชายหนุ่มเห็นพื้นอิฐแหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปต่อหน้าต่อตา… บนพื้นนั้นมีรอยอุ้งเท้าสุนัขประทับอยู่
“ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ ท่านศิษย์พี่สุนัขผู้ยอดเยี่ยมที่สุดในปฐพี! โปรดเมตตาข้าน้อยด้วยขอรับ!” เมื่อโดนกลั่นแกล้งเช่นนี้ เขาก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา
“หือออ”
เจ้าดำกลอกตามองไอ้หนอนเน่าผู้แสนขี้ขลาด
“เอ่อ ที่ข้าน้อยมาที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ เอ่อ ก็เพราะว่า… ข้าชื่นชมร่างกายกำยำเนื้อแน่นของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ข้าเลยคิดว่า…” เหงื่อเย็นไหลย้อยลงมาจากศีรษะของชายหนุ่ม… เขาควรพูดหรือไม่นะ
“แล้วอย่างไร เจ้าต้องการอะไร” เจ้าดำกะพริบตาพร้อมเอ่ยถาม
“ข้าเลยคิดว่า… ข้าอยากจะขอยืมเนื้อสุนัขมาลองชิมสักนิดหนึ่งน่ะขอรับ!” หัวใจของฉางเต๋อสั่นสะท้าน ในที่สุดเขาก็โพล่งประโยคที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะพูดดีหรือไม่ออกมา จากนั้นก็หุบปากลงฉับพลัน รู้ได้โดยไม่ต้องสืบว่าตนเองเห็นทีจะชะตาขาดแล้ว
แล้วก็จริงเสียด้วย ในตอนนั้นเองพลังปราณชั่วร้ายรุนแรงก็พุ่งเข้ากระแทกหลังของชายหนุ่ม
“เจ้ากล้าพูดว่าอยากกินเนื้อสุนัขเช่นนั้นรึ!”
ตูม!
พลังปราณกดดันทับเมืองทั้งเมืองเอาไว้ทันที ราวกับอสูรร้ายที่หลับไหลถูกแหย่ให้ตื่นไม่มีผิด
นครหลวงทั้งเมืองเดือดพล่านราวกับถูกจับโยนใส่หม้อน้ำร้อน ขั้นนักพ