วประกันออกมา!” อู๋อวิ๋นไป่กัดริมฝีปากขณะเอื้อนเอ่ย
ใบหน้าของอาจารย์อาอู๋ซีดเผือด ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต้องลงมือ พวกเขาให้มนุษย์อสรพิษอาหนี่เป็นคนดูต้นทาง จากนั้นเงาสองเงาก็กระโจนข้ามกำแพงไป
…
ร่างของฉางเต๋อสั่นเทิ้ม “ข้าน้อยก็บอกแล้วอย่างไรขอรับ ว่าข้าน้อยขอไม่พูดดีกว่า ดูสิ… พอพูดแล้วท่านก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!”
ฉางเต๋อรู้สึกเหมือนกินยาขม เขาเพียงแต่อยากจะจับสุนัขตัวอ้วนไปประกอบอาหารกินเท่านั้น เหตุใดสุนัขตัวนี้ ที่ความจริงแทบจะกลายร่างเป็นหมูไปแล้วถึงได้ซ่อนพลังน่ากลัวร้ายกาจถึงเพียงนี้เอาไว้
“กินเนื้อสุนัขเช่นนั้นรึ! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดชั่วทำชั่วมหันต์เช่นนี้” เจ้าดำบันดาลโทสะเป็นอันมาก ร่างของมันที่ปกคลุมไปด้วยขนนุ่มเรืองแสงออกมา
ตูม! ตูม!
อิฐบนพื้นแหลกสลาย เนื่องจากทนแรงกดดันมหาศาลไม่ได้
“ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ขอรับ! เรามาพูดจากันดีๆ เถิด!” แสงสว่างกระจายโอบล้อมชายหนุ่มเอาไว้ การที่ฉางเต๋อสามารถต้านทานพลังร้ายกาจของเจ้าดำได้ เหตุผลก็ไม่ใช่ใดอื่น นอกจากร่างมายาของพระพุทธองค์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา ขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นจากพื้นกลับมายืนได้อีกครั้ง
โครม!!!
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดต่อ อุ้งเท้าสุนัขที่บดบังท้องฟ้าอยู่ก็ตบลงมาที่พื้นอย่างไร้ความปรานี ร่างมายาของพระพุทธองค์แตกสลายกลายเป็นผุยผงราวกับเศษแก้วเปราะบาง
ฉางเต๋อรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างถูกแผดเผาด้วยเปลวเพล