มูกฟุดฟิดเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังนอนหลับอย่างเป็นสุขโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเร็วๆ นี้
ฉางเต๋อร้องออกมาเบาๆ ด้วยความดีใจขณะมองเจ้าดำ
เขาสะบัดข้อมือเล็กน้อยในอากาศ กริชเย็นเยียบวาววับปรากฏขึ้นในมือ กริชนั้นทอประกายล้อแสงไฟน่ากลัวในคืนเดือนมืด
“ช่างเป็นสุนัขที่อ้วนเหมือนหมูเสียจริง เหมาะกับการเอาไปทำข้าวต้มแห้งเนื้อสุนัขเป็นที่สุด!”
ฉางเต๋อเลียริมฝีปาก พลางพุ่งกริชใส่เจ้าดำทันที
การจะลักพาตัวสุนัขนี้ไปโดยไม่ให้เกิดเสียงจะต้องใช้ความฉับไวแม่นยำเป็นพิเศษ เขาจะต้องฆ่ามันให้ตายอย่างเงียบเชียบภายในดาบเดียวโดยไม่ปล่อยให้เห่าสักแอะ ฉางเต๋อฝึกการโจมตีนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เขารู้แม้กระทั่งว่าจะต้องแทงตรงไหนถึงจะได้ผลมากที่สุดจากการทดลองหลายต่อหลายครั้ง จุดดังกล่าวเป็นจุดที่ดีที่สุดแล้วในการทำให้เลือดไหลจนหมดตัวอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยด
เสียงแหลมสูงเหมือนของแข็งขูดกันดังขึ้นจนทำให้ใครก็ตามที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ เสียงนั้นดังสะท้อนในคืนที่มืดมิด ดูทวีความดังขึ้นหลายเท่าในตรอกเงียบสงัด
ฉางเต๋ออึ้งไปทันที เขาไม่อยากเชื่อว่ากริชที่ใช้แทงสุนัขตัวนี้จะไม่ทำให้มันมีแม้แต่รอยขีดข่วน ไม่เพียงเท่านั้นกริชนี้ยังงอไปเลยด้วยซ้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนแทงเข้าไปที่หินผาอย่างไรอย่างนั้น
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!” ดวงตาของชายหัวโล้นหรี่ลง เขากำกริชที่สภาพยับเยินเอาไว้ในมือ จากนั้นก็จ้วงแทงอีกครั้ง
เขาแทง!
แทง!
แล้วก็แทง!
จะแท