งให้มันกลายเป็นผ้าขี้ริ้วไปเลย!
ฉางเต๋อล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังจากที่แทงไปเต็มๆ ถึงสามครั้ง คมของกริชในมือบัดนี้ทื่อไปเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจที่เริ่มเข้าห้อมล้อมปิดตายตนเอาไว้เหมือนกรงขัง
เขาหันไปมองสุนัขตรงหน้าอีกครั้ง
มันลืมตาที่กำลังง่วงงุนขึ้นมาในที่สุด แล้วค่อยๆ หันศีรษะมาทางเขา ปากของมันบิดขึ้น ดวงตาที่จ้องมองมานั้นเหมือนดวงตามนุษย์ไม่มีผิด
“ไอ้หนอนเน่าหัวล้านนี่ มาจักจี้ข้าทำบ้าอะไรดึกๆ ดื่นๆ ที่บ้านแม่ไม่ให้เล่นของเล่นรึ”
เสียงที่ดังออกจากปากสุนัขนั้นเป็นเสียงชายชาตรีที่ทั้งสงบและไพเราะน่าฟัง
แต่เสียงนั้นกลับเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำลงใส่ฉางเต๋อ ทำให้ชายหัวโล้นตัวสั่นสะท้านจนต้องถอยหลังไป ใบหน้าซีดเหมือนไก่ต้มราวกับเพิ่งถูกผีหลอกวิญญาณหลอน
ไอ้… ไอ้หมาอ้วนนี่… พูดได้เช่นนั้นรึ!
เจ้าดำกรอกตาบน แม้มันจะไม่เข้าใจว่าไอ้หนอนเน่านี่มาแทงอะไรมันกลางค่ำกลางคืน ถึงแม้กริชเล่มนั้นจะไม่ได้ทำให้เจ็บเลยก็ตามที… แต่เจตนาของไอ้หมอนี่ตั้งใจจะรบกวนการนอนของมันชัดๆ ให้อภัยไม่ได้โดยเด็ดขาด!
ฉางเต๋อมองภาพตรงหน้าเหมือนต้องมนต์ เขาเห็นเจ้าดำลุกขึ้นยืนด้วยขาหลัง ภาพนั้นทำให้เขาตกใจตาแทบถลนออกจากเบ้า รู้สึกได้ทันทีว่าชะตาของตนกำลังจะขาด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจ้องไปที่สุนัขตัวนั้น ที่กำลังเดินมาหา… ด้วยท่าทีเยื้องย่างเหมือนแมว!
…
ที่ชั้นสองของร้าน ปู้ฟางก