ำลังนอนหลับอุตุไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอก แต่ต่อให้รู้ เขาก็คงทำเพียงขมวดคิ้วอยู่ดี
อุตส่าห์ดั้นด้นบุกมาถึงที่เพื่อยั่วให้เจ้าดำโมโห… ไอ้หนอนเน่านี่รนหาที่ตายเองชัดๆ
ในเวลาเดียวกัน ที่ปากทางเข้าสวนสวยวิจิตรแห่งหนึ่งในนครหลวง…
เงาสามเงาในชุดสีดำยืนจังก้าอยู่ที่ประตูอย่างองอาจ
“ที่นี่เองรึ” อู๋อวิ๋นไป่อดถามออกมาไม่ได้ขณะมองเข้าไปยังสวนด้านใน
อาหนี่พยักหน้า เขามั่นใจมากว่าหยูฟู่และหยูเฟิ่งถูกขังอยู่ในที่แห่งนี้
“แม่นาง นี่ไม่ใช่ตำหนักธรรมดานะขอรับ เราจะบุกเข้าไปจริงหรือ” อาจารย์อาอู๋ขมวดคิ้วขณะมองไปที่ตำหนักด้านหน้า รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ราวกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้านั้นเป็นหลุมดำไร้ก้นบึ้งที่จะกลืนกินพวกเขาเข้าไปทั้งตัว
“กลัวอะไรกัน… อาจารย์อาอู๋ อย่าลืมเสียสิ ข้าคนนี้เป็นขั้นนักพรตยุทธการแล้วนะ แปลว่าข้าใช้อาวุธกึ่งเทพได้แล้ว… กระบี่เมฆาหกเหิน!” อู๋อวิ๋นไป่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
เมื่อได้ยินดังนั้นอาจารย์อาอู๋ก็นิ่งหยุดไปครู่หนึ่งพลันรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ใช่แล้ว แม่นางของเขาคนนี้เป็นผู้ครอบครองอาวุธกึ่งเทพ ทั้งยังเป็นขั้นนักพรตยุทธการแล้วด้วย ขั้นนักพรตยุทธการทั่วไปนั้นไม่คณนามือของนางแน่นอน ตัวเขาเองน่าจะเป็นห่วงอีกฝ่ายมากจนเกินไป
“ไปกันเถิด… ไปช่วยพวกเขากัน” อู๋อวิ๋นไป่พูดเสียงขรึม
แม้จะมีไพ่ตาย แต่การทำภารกิจเช่นนี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับสถานการณ์ปัจจุบันในน