ปเห็นร่างสองร่างที่คุ้นตาก็รู้สึกตกใจไม่น้อย
เขาจำทั้งสองได้ดี เนื่องจากคนพวกนี้ปรากฏตัวขึ้นที่เผ่าเพื่อชิงดอกบัวประมุขน้ำแข็ง แต่ก็ต้องกลับไปมือเปล่า
“ข้าคิดว่าพวกเจ้ามาถึงนานแล้วเสียอีก… ความจริงกลับเพิ่งมาหรอกรึ แต่เหตุใดเจ้าจึงอยู่คนเดียวเล่า หากข้าจำไม่ผิด คนที่ต้องให้เถ้าแก่ปู้ช่วยไม่ใช่เจ้านี่” อู๋อวิ๋นไป่ถามเสียงสงบ นางอยู่ในชุดคลุมสีขาว ดวงตามองอาหนี่ที่มีสภาพไม่สู้ดีนักด้วยความสงสัยใครรู้
ดวงตาของอาหนี่สว่างวาบทันที เขาไม่รู้ว่าอู๋อวิ๋นไป่คนนี้เชื่อถือได้หรือไม่
“มาเถิด ไปคุยกันที่ร้านเถ้าแก่ปู้ดีกว่า” อู๋อวิ๋นไป่รับรู้ได้ว่าอาหนี่รู้สึกไม่สบายใจ นางขมวดคิ้วแล้วเดินนำหน้าไปก่อน
อาจารย์อาอู๋มองอาหนี่แล้วก็เดินไปเช่นกัน
ทั้งสามมาถึงร้านของปู้ฟางในที่สุด
อู๋อวิ๋นไป่มาที่ร้านตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากยังติดใจที่เมื่อวานตนเองไม่ได้ชิมสุราตื่นรู้เพลิงน้ำแข็ง ด้วยเหตุนี้นางจึงตั้งใจตื่นแต่เช้าแล้วลากอาจารย์อาอู๋ที่นอนหลับลึกเหมือนท่อนไม้ตายซากมาด้วย
ปู้ฟางกำลังนั่งขี้เกียจอยู่บนเก้าอี้หน้าประตูร้าน ดวงตาของเขาเป็นประกายวาบเมื่อเห็นร่างทั้งสามที่กำลังเข้ามาใกล้
ชายหนุ่มดูอึ้งไปเมื่อได้เห็นร่างของมนุษย์อสรพิษที่ไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานาน นักบวชที่มาเยือนร้านเขาเมื่อวานเพิ่งพูดถึงคนพวกนี้ไปหยกๆ แล้วจู่ๆ วันนี้อีกฝ่ายก็โผล่มาให้เห็นตัวเป็นๆ เลย
นักบวชหัวโล้นเมื่อวาน… ท่าทางจะร้ายเอาเรื่