ิงเสวี่ยกลับอดหัวเราะออกมาเองไม่ได้ เนื่องจากเขาอารมณ์ดีมากในคืนนี้
จักรพรรดิหนุ่มเดินไปหยุดอยู่หน้าบัลลังก์ จากนั้นก็สะบัดชายชุดคลุมขึ้นพลางนั่งลง
ทันใดนั้นเงาหนึ่งก็พุ่งตรงตัดท้องพระโรงมาด้วยความเร็วเหมือนสายฟ้า แล้วมาปรากฏตัวคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิหนุ่ม จีเฉิงเสวี่ยตกใจเล็กน้อยจนต้องกระแอมกระไอออกมา
“ข้าน้อยขอรายงานองค์จักรพรรดิ เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นที่สุสานหลวง จีเฉิงอวี่หายตัวไป ค้นหาอย่างไรก็ไม่เจอตัวขอรับ”
ผู้ส่งสาสน์ที่คุกเข่าอยู่ในท้องพระโรงรายงานสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ว่ากระไรนะ!
ความสุขบนใบหน้าจีเฉิงเสวี่ยพลันหายวับไปกับตา ราชโองการของจักรพรรดิฉางเฟิ่งออกคำสั่งลดยศจีเฉิงอวี่แล้วให้ไปทำหน้าที่เฝ้าสุสานหลวง แต่อีกฝ่ายกลับกล้าหลบหนีไปโดยพลการเสียได้ ทว่าพลังปราณของเขาถูกสะกดไว้มิใช่รึ เหตุใดจึงยังหนีไปได้อีก
เหลียนฟู่เองก็รีบพุ่งเข้าท้องพระโรงมาเช่นกัน เขาจีบนิ้ว บิดเอว ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังเป็นอันมาก
“ข้าจากมาไม่กี่วัน ราชาอวี่ก็ถูกนำตัวไปแล้วรึ หรือว่าจะเป็นการก่อเหตุที่เตรียมการไว้ล่วงหน้ากัน” เหลียนฟู่มุ่นคิ้ว
จีเฉิงเสวี่ยขมวดคิ้วเป็นปมแน่น ในใจรู้สึกร้อนรนขึ้นมา สถานการณ์ในวังหลวงตอนนี้จัดว่าล่อแหลมเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงสั่งให้เหลียนฟู่กลับมาจากสุสานหลวงโดยไม่ได้คาดคิดแม้แต่น้อยว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
“การหลบหนีออกจากสุสานหลวงนั้นแปลว่าจงใจละเ