หลือเกิน”
จีเฉิงเสวี่ยก้มลงดมจานเนื้อตุ๋นตำรับจีนใกล้ๆ หน้าตาเคลิบเคลิ้มเต็มที่ขณะเอ่ยปากชม
เนื้อตุ๋นตำรับจีนของปู้ฟางนั้นหอมจนไม่อยากเชื่อ ทำให้แม้แต่อู๋อวิ๋นไป่ที่กำลังนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ไม่ไกลยังต้องหันมามอง
จีเฉิงเสวี่ยคีบเนื้อตุ๋นสีแดงเรื่อมันวาวชิ้นหนึ่งขึ้นมา เนื้อนั้นส่งควันฉุยทั้งยังหอมเป็นอันมาก จักรพรรดิหนุ่มเอาเนื้อตุ๋นเข้าปาก รสชาติจัดจ้านและแรงต้านจากเนื้อนุ่มเด้งระหว่างฟันทำให้เขารู้สึกมีความสุขล้นพ้น
พอกลืนเนื้อลงท้องไปเรียบร้อย จีเฉิงเสวี่ยก็กระดกสุราตามลงไป รู้สึกเหมือนกำลังได้ขึ้นสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น
ปู้ฟางเห็นสีหน้าพออกพอใจของจักรพรรดิหนุ่มแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนเดินกลับเข้าครัวไป
นักบวชไร้ผมเดินเข้าตรอกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พอสาวเท้าเข้ามาใกล้ สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่หน้าร้านก็เตะตาเขาเข้าพอดิบพอดี
ดวงตาของนักบวชหนุ่มเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาเลียริมฝีปากตนเอง
“ช่างเป็นสุนัขที่อ้วนพีอะไรเช่นนี้ ต้องอร่อยมากแน่ๆ”
เจ้าดำที่กำลังนอนกลางวันอยู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา ราวกับจับได้ถึงเจตนาร้ายที่พุ่งเข้ามากระทบตัว มันลืมตาขึ้นแล้วหันไปเห็นสายตากระหายของ… นักบวชคนหนึ่ง
ไอ้เวรนี่มัน… มองบ้าอะไรกัน เจ้าดำเหลือบตามอง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ามองท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้เหมือนเป็นอาหารอันโอชะ… ไอ้โง่หัวล้านนี่อยากไปเฝ้ายมบาลหรืออย่างไร
นักบวชหนุ่มลูบศีรษะโล้นเลี่ยนขอ