งตนเอง กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเป็นรอยยิ้ม
“เนื้อสุนัขตุ๋นตำรับจีนเช่นนั้นรึ ฟังดูดี… สุนัขตัวขนาดนี้หายากนักในนครหลวง แต่เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ข้าต้องทำภารกิจที่ตาจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์เจ้ามู่เฉิงนั่นมอบไว้ให้เสร็จเสียก่อน”
นักบวชหนุ่มจึ๊ปาก ช่างน่าเสียดายอะไรเช่นนี้ เขามองเจ้าดำด้วยสายตาละห้อย จากนั้นก็เดินส่ายหน้าเข้าร้านไป
เจ้าดำงุนงงเป็นอันมาก ไอ้เวรหัวล้านนี่… มันคิดไม่ดีแน่นอน ทำหน้าละห้อยเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่
จากนั้นมันก็กลอกตาแล้วกลับไปนอนกลางวันดังเดิม
“เนื้อ… กลิ่นเนื้อนี่!”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ดวงตาของนักบวชหนุ่มก็เป็นประกายขึ้นกว่าเดิม จนดูเหมือนไข่กลมเกลี้ยงติดเพชรวาววับก็ไม่ปาน…
มีสุรา… แถมยังมีเนื้ออีก ร้านนี้ไม่เลวเลยทีเดียว!
ดวงตาของนักบวชหนุ่มมองไปยังจีเฉิงเสวี่ยที่นั่งอยู่ไกลๆ ผู้ซึ่งกำลังจะยัดเนื้อตุ๋นตำรับจีนหอมฉุยเข้าปาก จากนั้นก็หันไปมองอู๋อวิ๋นไป่ที่กำลังกัดขนมจีบทองคำมันวับ… เมื่อเห็นดังนั้นตัวเขาเองก็อดน้ำลายสอไม่ได้
กลิ่นที่หอมฟุ้งไปทั่วร้านทำให้นักบวชหนุ่มเกิดหิวขึ้นมา ซาลาเปาที่กินไปจนเต็มท้องก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะหายวับไปจากมโนจิตทันที
นี่น่ะหรือสถานที่ที่ตาแก่นั่นให้เขามาทำภารกิจ
นักบวชหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะหึๆ อยู่คนเดียว
“จะสั่งอะไรเจ้าคะ รายการอาหารอยู่ด้านหลัง หากตัดสินใจเสร็จแล้วก็บอกข้าได้เลย” โอวหยางเสี่ยวอี้อธิบายให้นักบวชหนุ่มห