น้าใหม่ฟังอย่างชำนาญ
นักบวชหัวโล้นชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปมอง เมื่อเห็นราคามุมปากของเขาก็กระตุกขวับ
“นักบวชผู้ทรงศีลผู้นี้ขอซี่โครงเปรี้ยวหวานกับสุราหัวใจหยกเยือกแข็งเหยือกหนึ่งก็แล้วกัน” เขาค่อยๆ เอ่ยสั่งโอวหยางเสี่ยวอี้
เด็กหญิงชะงักไปทันที นักบวชนี่ดื่มสุราแถมยังกินเนื้อสัตว์กันได้เต็มที่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เหตุใดไอ้หมอนี่จึงสั่งทั้งเนื้อทั้งเหล้าได้หน้าตายเช่นนี้
“ซี่โครงเปรี้ยวหวานกับสุราหัวใจหยกเยือกแข็งใช่ไหมเจ้าคะ” โอวหยางเสี่ยวอี้ตอบด้วยคำถาม
“ใช่แล้วโยม สังคมไม่ควรตัดสินผู้อุทิศชีวิตและร่างกายให้ศาสนาอย่างอาตมาแค่เพราะกินเนื้อกับดื่มสุรา เราควรกินดื่มอะไรก็ได้ที่อยากกิน ตราบใดที่รำลึกถึงพระพุทธองค์ในใจ” นักบวชหนุ่มพนมมือพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจเป็นอย่างยิ่ง
“ได้เจ้าค่ะ โปรดรอสักครู่” โอวหยางเสี่ยวอี้ดูงงเป็นไก่ตาแตก
“โยม อาตมามีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากขอ อาตมาอยากเจอเถ้าแก่ปู้เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้” นักบวชหนุ่มยิ้มกริ่ม แต่ใบหน้ายังแสดงออกเพียงความอ่อนโยนตามวิสัยนักบวชผู้เมตตาเท่านั้น
“ท่านอยากเจอนายท่านตัวเหม็นเช่นนั้นหรือ ต้องรอก่อนนะ… ตอนนี้เขายังไม่ว่าง” โอวหยางเสี่ยวอี้มุ่นคิ้ว นางรู้สึกว่านักบวชรูปนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
แต่ตัวนักบวชหนุ่มก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด เขาเดินไปหาที่นั่งเสร็จสรรพ
โอวหยางเสี่ยวอี้เดินไปตะโกนบอกรายการที่นักบวชสั่งให้ปู้ฟางรู้