“ถ้าจะก่อเรื่อง ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย” ปู้ฟางเอ่ยเนิบๆ ก่อนจะเรอออกมาครั้งหนึ่ง
ชายหนุ่มยืนพิงกรอบประตูขณะหนีบจอกสุรากระเบื้องเอาไว้ด้วยสองนิ้ว ใบหน้าไร้อารมณ์เถ้าแก่ปู้ตอนนี้แดงก่ำไปด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตาที่ปรือเพราะความมึนเมาดูยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก
เทียนสวีจื่อย่นหน้าเมื่อได้กลิ่นเรอ เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะจ้องปู้ฟางด้วยสายตาเย็นชา
จากนั้นรอยยิ้มเยือกเย็นก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ขณะที่เส้นผมและหนวดเคราของเทียนสวีจื่อเริ่มปลิวสะบัด พลังปราณกระบี่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังเขา
“ถ้าข้าอยากจะก่อเรื่องแล้วมันอย่างไรกันเล่า หากคืนนี้ไม่ได้ดื่มสุรา ข้าจะถล่มร้านของเจ้าให้แหลก!” เทียนสวีจื่อกล่าว เขาวาดนิ้วเป็นดัชนีกระบี่ กระบี่เล่มยาวที่คาดอยู่บนหลังสั่นสะท้านเป็นจังหวะก่อนพุ่งออกมาจากฝัก มันบินวนไปมาอยู่หลายรอบแล้วมาหยุดอยู่เหนือศีรษะชายชราพอดี
คมมีดของกระบี่ช่างน่าตื่นตะลึง มันแววระยับจับสายตาราวกับเป็นประกายแสงของดวงดาวในความมืด
ท่านี้เป็นทักษะลับของตำหนักกระบี่มหาสูญ ทักษะกระบี่เริงระบำ
ตอนนั้นเองมุมปากของเซียวเยวี่ยก็กระตุกขณะจ้องมองดูชายชราสำแดงทักษะกระบี่เริงระบำออกมา ชายหนุ่มมองเทียนสวีจื่อผู้กระหายการต่อสู้ด้วยความรู้สึกอ่อนใจ เขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้หาข้อมูลใดๆ ก่อนจะมายังนครหลวงแห่งนี้ จึงไม่มีความรู้เรื่องร้านเล็กๆ ของฟางฟางแม้แต่น้อย
เซียวเหมิงเองก็เคยถูก