ซียวเหมิงเองก็ดูไม่กังวลใจเช่นกัน เขายืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงนั้น พลางคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เห็นว่าปรมาจารย์ของตำหนักกระบี่มหาสูญแข็งแกร่งเพียงใด ก่อนหน้านี้ตัวเซียวเหมิงเองก็ต่อสู้กับเจ้าขาว ได้อย่างสูสี หากเทียนสวีจื่อทำได้เช่นเดียวกัน เขาคงต้องเริ่มมองปรมาจารย์ผู้นี้เป็นคู่แข่งอย่างจริงจัง
หัวขโมยทั้งสิบสามแห่งโม่จั่วก็จับจ้องมองดูการเผชิญหน้ากันระหว่างเทียนสวีจื่อกับปู้ฟางอย่างสนอกสนใจพร้อมด้วยรอยยิ้มตื่นเต้น
ชายในชุดสีแดงมู่หลิงเฟิงยืนพิงกำแพงตรอกพลางขยับนิ้วมือไปมา สายตาจับจ้องอยู่ที่การต่อสู้ที่พร้อมจะปะทุขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
ปู้ฟางเม้มปากเข้าหากันเมื่อนึกถึงรสชาติอันหอมหวานของสุราขึ้นมา จากนั้นชายหนุ่มก็ยืดหลังตรงก่อนจะปัดฝุ่นออกจากชุดแต่งกาย เขาหันหลังกลับไปลูบท้องของเจ้าขาวเบาๆ พลางกล่าวว่า “อัดเจ้าพวกตัวปัญหาให้เละแล้วโยนมันออกไป”
“ทุกคนวันนี้ร้านปิดแล้ว หากใครอยากชิมเหล้า ขอให้มาต่อแถวใหม่ตอนเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ ร้านเราไม่ให้บริการหลังเวลาทำการ”
ร่างของปู้ฟางค่อยๆ หายเข้าไปในความมืดหลังร้าน แต่ไม่นานน้ำเสียงอันเฉยเมยของเขาก็สะท้อนออกไปดังก้องอยู่ในหูของทุกคนในบริเวณใกล้เคียง
สีหน้าของคนเหล่านั้นเปลี่ยนไป มาใหม่… พรุ่งนี้อย่างนั้นหรือ
บ้างก็ถึงกับยิ้มเยาะ เพราะคิดดูถูกคำพูดของปู้ฟาง เจ้านี่คิดว่าตนเองเป็นใครกัน บอกให้ผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการยืนต