ง การเคลื่อนที่ของเขาทำเอาฝูงชนที่เฝ้ามองอยู่ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะมีสีหน้าตึงเครียด ขั้นนักพรตยุทธการผู้เชี่ยวชาญด้านกระบี่นั้นแน่นอนว่าน่ากลัวๆ เป็นอย่างยิ่งในการสู้รบ
ขนาดเซียวเหมิงเองยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากการโจมตีนี้
ขณะเดียวกัน ริมฝีปากของหนี่หยันก็บดเข้าหากัน การโจมตีสุดฉูดฉาดนี้ช่างเหมือนการคุยโวอันน่าขนลุก แต่กระนั้นนางก็ต้องยอมรับ… ว่ามันเป็นการโจมตีที่หนักหน่วงไม่ใช่น้อย
“พี่หญิงหนี่หยัน…” เมื่อยี่จือหลิงเห็นเทียนสวีจื่อใช้กระบวนท่านั้นออกมา นางก็หันไปมองหนี่หยันอีกครั้งเหมือนจะถามว่าควรเข้าไปขัดขวางหรือไม่
เป็นอีกครั้งที่หนี่หยันส่ายหน้า แต่ใบหน้าที่เคร่งเครียดของนางก็แสดงให้เห็นว่าตัวนางเองเริ่มไม่มั่นใจแล้วเช่นกัน
ร่างของเทียนสวีจื่อในตอนนี้มองแทบไม่เห็นเมื่อถูกห้อมล้อมด้วยปราณกระบี่ เขาพยายามใช้ช่องว่างนี้ลักลอบเข้าไปในร้าน ปรมาจารย์กระบี่มั่นใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง เพราะอย่างไรเสีย เขาก็ยังมีทักษะกระบี่เริงระบำอยู่ ไม่ว่าจะต่อสู้หรือหลบหนี เทียนสวีจื่อก็เร็วเสียจนศัตรูตามไม่ทัน ชายชรามั่นใจมากว่าหุ่นเชิดเพียงตัวเดียวไม่อาจป้องกันร้านค้าจากเขาได้
“ไอ้เด็กอวดดีคนนั้น ข้าจะสั่งสอนมันให้รู้สำนึก ข้าจะสอนให้มันรู้จักเคารพผู้แข็งแกร่ง!” เทียนสวีจื่อคิดย่ามใจ
ผัวะ!
จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ปราณกระบี่ที่ห้อมล้อมอยู่รอบบริเวณเมื่อครู่หายไปในพริบตา
กระบี่ยาวร่วงลงพื้