ู่สักพัก สีหน้าของเทียนสวีจื่อก็เริ่มมืดลง… เนื่องจากภายในร้านไม่มีเสียงอะไรดังลอดออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่นแปลว่าเจ้าของร้านกำลังทำเมินเขาอยู่ไม่คิดจะเดินมาเปิดประตูให้
“กล้าดีอย่างไรมาเมินข้า! แต่อาจเพราะหมอนี่ไม่รู้ก็ได้ว่าเป็นข้าที่มาเคาะ…” เทียนสวีจื่อคิด สีหน้าดูขุ่นเคือง
เทียนสวีจื่อกระแอมกระไอหนึ่งทีก่อนเอ่ย “เถ้าแก่ ข้ามีนามว่าเทียนสวีจื่อจากตำหนักกระบี่มหาสูญ ข้าได้กลิ่นสุราหอมลอยออกมาจากร้านเจ้า เลยมาที่นี่ด้วยตนเองเพื่อขอซื้อ โปรดเปิดประตูให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”
เสียงดังของเทียนสวีจื่อสะท้อนอยู่ในตรอกเงียบ
ทว่าผ่านไปนานสองนานก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ ทางเข้ายังคงปิดสนิท กระดานไม้ไม่ขยับแม้แต่น้อย
เทียนสวีจื่อหมดความอดทนสติขาดผึง ใบหน้าของเขาบูดบึ้ง “ต่อให้ข้ามาเพื่อขอซื้อสุราจากเจ้าด้วยความจริงใจ เจ้าก็ยังไม่ตอบข้าอีกหรือ สถานะของข้าไม่สูงพอที่จะให้เจ้าเปิดร้านหรืออย่างไร”
เทียนสวีจื่อ ปรมาจารย์แห่งตำหนักกระบี่มหาสูญ ตอนยังหนุ่มนั้นเขาเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิวายุแผ่ว แม้ตอนนี้จะแก่ขึ้นมาก แต่ความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย หลายเรื่องราวของเขายังคงเป็นตำนานที่เล่ากันปากต่อปากภายในอาณาจักร
เซียวเยวี่ยยิ้มเยาะ แค่ฟังสิ่งที่เทียนสวีจื่อประกาศออกมาเขาก็ขำแล้ว… “ถ้าจะให้พูดตรงๆ สถานะของท่านก็ไม่พอให้เถ้าแก่ปู้เปิดร้านจริงๆ นั่นละ”
“สามหาว ข้าไม่เคยได้