“พี่ใหญ่ หมายเลขเจ็ดโดนหยามหน้าเสียยับขนาดนี้ เราต้องไปแก้แค้นสิขอรับถึงจะถูก” ชายหนวดหนาร่างก็หนาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนยังไม่อยากยอมแพ้ หนวดบนหน้าเขากระตุกรัวด้วยโทสะอันควบคุมไม่อยู่
“ไปแก้แค้นเช่นนั้นรึ เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดพวกขั้นนักพรตยุทธการทั้งหลายถึงไม่กล้าบุกเข้าไปชิงต้นตื่นรู้ทางห้าสายมาซึ่งๆ หน้า” หูอี้เฟิงเหลือบตามองบรรดาพี่น้องของเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ทุกคนอึ้งกิมกี่ไปทันที คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจจริงๆ ร้านนั้นเป็นเพียงร้านอาหารเล็กๆ เท่านั้น แถมเจ้าของร้านยังมีพลังปราณอยู่แค่ระดับห้าขั้นราชันยุทธการ ไม่ได้ต่างอะไรจากมดปลวกในสายตาพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการเป็นโขยงคงไม่กลัวกับอีแค่ขั้นราชันยุทธการคนเดียวหรอกใช่ไหม
นี่เป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
“พอมาถึงนครหลวงข้าก็สั่งให้คนไปสืบหาปูมหลังของร้านที่ว่านี่ ร้านอาหารเล็กๆ นี้ดูไม่ได้สลักสำคัญอะไรใช่หรือไม่ แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น…” หูอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าพร้อมเปิดปากอธิบาย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มาถูกต้องเพียงใด แต่ปลอดภัยไว้ก็ยังดีกว่ามาร้องไห้ที่หลัง
“ข้อมูลที่ได้มาบอกว่าหุ่นยนต์ที่ร้านนั้นสยบได้แม้กระทั่งขั้นนักพรตยุทธการ ทั้งยังมีอสูรเวทในตำนานนอนเฝ้าปากทางเข้าร้านอยู่ เรื่องอสูรเวทระดับเก้านี้น่าจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แต่ต่อให้ไม่ได้เป็นอสูรเวทระดับเ