์ต่ำต้อยรอบกาย
มันร้องคำรามจนชาวบ้านต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงบนหลังราชสีห์โลกันตร์หัวเราะคิกคัก จากนั้นก็เอามือลูบศีรษะของสิงโตเพื่อทำให้มันใจเย็นลง
“ใจเย็นๆ ก่อน อย่าทำให้คนอื่นตกใจกลัวไป” เสียงของชายหนุ่มผู้นั้นอ่อนโยน ดวงตาดูเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ขณะมองถนนหนทางของนครหลวงที่แสนจอแจ
ทันใดนั้นร่างหนาก็พุ่งจากระยะไกลมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
รูม่านตาของชายในชุดแดงหดแคบลงเล็กน้อย จ้องเขม็งไปที่ชายร่างหนาตรงหน้า จากนั้นเขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าตอบรับ ชายร่างกำยำแผ่พลังปราณแข็งแกร่งออกจากร่าง ระดับของพลังอยู่ที่ขั้นนักพรตยุทธการ
“อสูรเวทของท่านยอดเยี่ยมดีแท้ แต่นครหลวงของเรามีกฎห้ามอสูรเวทสัญจรไปมาบนถนนหนทาง ทางเราหวังว่าท่านจะเข้าใจ” เซียวเหมิงมองชายตรงหน้าและอสูรเวทด้วยสายตาเคร่งขรึมจริงจัง หัวใจกระตุกอยู่ในอก
อสูรเวทระดับเจ็ดราชสีห์โลกันตร์กับผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ ช่างเป็นการรวมตัวที่น่ายำเกรงอะไรเช่นนี้
“ข้ามีนามว่ามู่หลิงเฟิงจาก… ดินแดนป่ารกชัฏ ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงแห่งนครหลวง รวมถึงความแข็งแกร่งน่ายำเกรงของท่านมานาน พอได้พบท่านวันนี้ ต้องขอบอกว่าคำสรรเสริญเหล่านั้นไม่ได้เกินความจริงแต่อย่างใด” ชายในชุดแดงมู่หลิงเฟิงยิ้มกริ่ม
เขากระโดดลงจากหลังราชสีห์แล้วลูบศีรษะของมันหนึ่งที จากนั้นก็เรียกแผ่นวงแหวนปราณทำจากหยกคุณภาพสูงล