ียมชิมต่อ
ด้านบนของทาร์ตไข่ดูเข้มข้นหอมมัน กลิ่นหวานลอยมาเตะจมูกชวนให้น้ำลายไหล รูปลักษณ์ที่ฟูฟ่องทำให้มันดูน่ารักเป็นอันมาก ถ้าพูดถึงเรื่องหน้าตาแล้ว ทาร์ตไข่นี้จัดว่าถึงมาตรฐานที่ปู้ฟางตั้งไว้อย่างแน่นอน
“เถ้าแก่ปู้… มีคนมาก่อเรื่องที่ร้านนะ จะไม่ทำอะไรหน่อยหรือ” หลัวซานเหนียนมองปู้ฟางที่ตั้งท่าจะชิมทาร์ตไข่ต่อ แล้วก็อดไม่ได้จนต้องพูดออกมา
แม้นางจะคิดว่ากลุ่มคนข้างนอกนั้นพูดเรื่องไร้สาระดูโง่เง่าสมองน้อย แต่การที่ปู้ฟางทำเมินพวกเขาเช่นนี้ก็ดูหยาบคายไปหน่อยเช่นกัน…
เสียงฝีเท้าดังขึ้น จากนั้นเงาหลายเงาก็มาปิดทางเข้าร้านเอาไว้มิด
คนเหล่านั้นสวมชุดเครื่องแบบเหมือนกัน พลังปราณที่ปล่อยออกมาจากร่างก็ทรงพลังเป็นอันมาก ผู้นำของกลุ่มเป็นชายที่ถือมีดขนาดใหญ่ ใบหน้าเกรี้ยวกราดน่ายำเกรง
“เหวยๆ ไอ้ร้านรูหนูนี่… ใครเป็นเจ้าของกัน แสดงตัวออกมาเดี๋ยวนี้!” ชายหน้าตาโหดเหี้ยมผู้นั้นตะโกนด้วยน้ำเสียงดุร้าย
แต่… ภายในร้านยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม ไม่มีใครสนใจชายกักขฬะผู้นี้แม้แต่น้อย
ชายผู้นั้นรู้สึกราวกับถูกนกบินมาตีปีกใส่หน้าแล้วชิ่งหนีไป ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนอะไรเช่นนี้
ชายผู้นำกลุ่มขมวดคิ้วทันที ฟาดมีดขนาดใหญ่ลงกับพื้นจนเกิดประกายไฟเมื่อเหล็ดครูดไปบนพื้น
“ไอ้เวรเอ๊ย! หูหนวกหรืออย่างไร ข้าคือผู้นำกองโจรลำดับเจ็ดแห่งสิบสามกองโจรเมืองโม่จั่ว หากยังพอมีสมองเหลืออยู่บ้างก็รีบไสหัวออกมาจาก