นงงเป็นอันมาก เขาหันไปมองจีเฉิงเสวี่ยแล้วพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ใช่แล้ว หรือว่าท่านอาจารย์หวังก็รู้จักมักจี่กับเถ้าแก่ปู้ด้วยเช่นกัน” จีเฉิงเสวี่ยตกใจเมื่อได้ยิน
พ่อครัวเงาส่ายหน้าด้วยสีหน้าประหลาด จากนั้นเขาก็กัดขนมปังหอยนางรมอีกหนึ่งคำแล้วเอ่ยตอบ “ข้าเพิ่งออกจากร้านนั้นก่อนมาที่วังหลวงนี่เอง”
อะไรกันนี่ จีเฉิงเสวี่ยเองก็งุนงงเช่นกัน พ่อครัวเงาหวังติ้งเป็นพ่อครัวฝีมือฉกาจที่ชื่อกระฉ่อนไปทั่วจักรวรรดิ เขาเองก็อยากรู้นักว่าพ่อครัวเงาจะมีความคิดเห็นว่าอย่างไรหลังจากที่ได้ลองชิมอาหารฝีมือปู้ฟาง
“ทักษะการทำอาหารของเถ้าแก่ปู้นั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ อาหารแต่ละจานเต็มไปด้วยพลังปราณปริมาณมาก เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายและหาตัวจับได้ยากยิ่ง” พ่อครัวเงาเสริม แต่พอพูดจบก็ขมวดคิ้ว
“แต่… ท่านจักรพรรดิ มีบางอย่างที่ข้าต้องทูลท่าน แต่ชายชราผู้นี้ไม่แน่ใจนักว่าสมควรหรือไม่พะย่ะค่ะ”
“พูดได้เลย” จีเฉิงเสวี่ยเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังทันที
“ร้านเล็กๆ นี้ไม่รู้ที่มาที่ไป แถมเจ้าของร้านอย่างเถ้าแก่ปู้เองก็มาจากที่ไหนไม่ทราบได้ การมีอยู่ของร้านแห่งนี้ในนครหลวงของจักรวรรดิ อาจนำหายนะใหญ่หลวงมาสู่นครหลวงของพวกเราก็เป็นได้” รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าพ่อครัวเงาแข็งทื่อ ขณะพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น จีเฉิงเสวี่ย เซียวเหมิง และผู้เฒ่าโอวหยางต่างพากันหน้าซีดด้วยความตกใจ
เถ้าแก่ปู้น่ะหรือจะนำพาหายนะมาส