“รสชาติเต่าถุยรึ!”
ใบหน้าของเจวี้ยนเอ๋อร์เหมือนดวงอาทิตย์ที่อับแสงลงเรื่อยๆ หลังจากได้ยินคำประเมินของปู้ฟาง ราวกับกระจกที่แตกร้าวกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยคำพูดเดียว
ปู้ฟางไม่ได้พยายามพูดเอาใจหรือสนใจความรู้สึกของเจวี้ยนเอ๋อร์แม้แต่น้อย จนหลัวซานเหนียนเองก็ไปต่อไม่ถูก
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจเป็นอันมาก จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พวกเขารู้ว่าปกติปู้ฟางจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทุกข้อผิดพลาดในอาหารจานนั้นอย่างเผ็ดร้อน แต่คราวนี้กลับหยุดหลังจากเอ่ยออกมาสองคำได้อย่างไรกัน
รสชาติเต่าถุยรึ ปกติพวกเขาเองก็ไม่เคยได้ยินปู้ฟางชมอาหารจานอื่นๆ ว่าอร่อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว…
“ไอ้ผีบ้านี่ พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน เจวี้ยนเอ่อร์อุตส่าห์ตั้งใจทำทาร์ตไข่นี่อย่างเอาเป็นเอาตายจนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน อย่างน้อยก็พูดอะไรดีๆ ถนอมน้ำใจกันบ้างไม่ได้รึ” หลัวซานเหนียนพูดด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นอันมาก
ปู้ฟางเหลือบตามองหลัวซานเหนียนที่กำลังเดือดแล้วเอ่ยตอบ “ข้าจะถนอมน้ำใจไปเพื่ออะไร การถนอมน้ำใจจะทำให้นางพัฒนาฝีมือขึ้นได้หรือ”
หลัวซานเหนียนหน้าเก้อไปทันที นางตอบไม่ถูกเลยทีเดียว เป็นเรื่องจริงเสียด้วยที่ใครๆ ก็พูดอะไรดีๆ ถนอมน้ำใจกันได้ แต่การถนอมน้ำใจนั้นรังแต่จะทำให้ผู้ได้ยินเข้าใจผิด จนพึงพอใจในผลงานของตนเองและมองไม่เห็นข้อผิดพลาด แล้วหากไม่รู้ข้อผิดพลาดของตนเอง จะพัฒนาสิ่งที่ทำให้ดียิ่งขึ้นไ