ด้อย่างไร
“ไม่มีอะไรให้ประเมิน ทาร์ตไข่ของเจ้ารสชาติแย่ หรือก็คือ… มันกินไม่ได้” ปู้ฟางเอ่ย เขามองเจวี้ยนเอ๋อร์ด้วยสายตาแหลมคมเหมือนหอกที่พุ่งเข้าปักกลางใจของนาง ทำให้จิตใจของนางสั่นคลอนด้วยความเจ็บปวด
“ข้า… ข้า…” เจวี้ยนเอ๋อร์ถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ดวงตาของนางพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง การที่ผลงานของตนเองโดนต่อว่าอย่างไร้ความปรานีหลังจากตรากตรำทำทั้งคืนเช่นนี้ นางจะไปทนฟังอย่างมีความสุขอยู่ได้อย่างไร
“ใจเย็นๆ ให้ข้าพูดให้จบก่อน” ปู้ฟางพูดพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย
“หากเจ้าอยากทำทาร์ตไข่ที่รสชาติอร่อยจริงๆ ข้าจะให้โอกาสเจ้าแก้มืออีกสองครั้ง จงนำทาร์ตไข่ที่เจ้าคิดว่าดีที่สุดมาให้ข้าประเมิน หากเจ้าทำให้ข้ายอมรับในฝีมือได้ ข้าก็จะบอกให้ว่าทาร์ตไข่ของเจ้ามีอะไรต้องปรับปรุงบ้าง มิเช่นนั้น… ก็ลืมเรื่องนี้ไปเสีย” ชายหนุ่มเอ่ย
เจวี้ยนเอ๋อร์และหลัวซานเหนียนประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยินเป็นอันมาก พวกนางไม่ได้คาดคิดว่าปู้ฟางจะพูดอะไรเช่นนี้ออกมา เขาหมายความว่าอย่างไรกัน แปลว่าปู้ฟางจะช่วยบอกเคล็ดลับให้เจวี้ยนเอ๋อร์พัฒนาฝีมือตนเองเช่นนั้นหรือ
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
ปู้ฟางลุกขึ้นยืนแล้วสูดลมหายใจเข้า พลางหันหน้าไปหาบรรดาแขกในร้านแล้วเอ่ย “เอาละ วันนี้หมดเวลาทำการแล้ว เชิญทุกคนออกไปได้”
จากนั้นชายหนุ่มก็หันไปมองเจวี้ยนเอ๋อร์อีกครั้ง “จำไว้ให้ดี เจ้ามีโอกาสเพียง