ปู้ฟางมองคนทั้งสองด้วยสีหน้างุนงง เขาคุ้นเคยกับเสียงแหบห้าวและท่าทางเหมือนชายชาตรีของหลัวซานเหนียนแล้ว แต่เหตุใดเจวี้ยนเอ๋อร์จึงมาที่ร้านพร้อมด้วยกล่องอาหารกันนะ
ชายหนุ่มเหลือบมองคนทั้งสองด้วยความเคลือบแคลงใจ ก่อนพูดพร้อมยกยิ้มมุมปาก “ข้าไม่ว่าง”
สีหน้าของหลัวซานเหนียนแข็งทื่อไปชั่วครู่ นางนิ่วหน้าทันที “ท่านว่าอะไรนะ”
“ตอนนี้ร้านเปิดทำการอยู่… ข้าเลยไม่ว่าง ถ้าเจ้าจะสั่งอะไรกินก็เชิญ แต่ถ้ามาหาข้าด้วยเหตุผลอื่น ก็ต้องรบกวนรอจนกว่าร้านจะปิดก็แล้วกัน” ปู้ฟางเมินสายตาไม่พอใจของหลัวซานเหนียนแล้วเดินกลับเข้าครัวไป
“ไอ้… ไอ้บ้านี่!” หลัวซานเหนียนเดือดดาลเป็นอันมาก นางรู้และเข้าใจกฎของปู้ฟางดี แต่ตัวนางกลับไม่เข้าใจทัศนคติขวางโลกของชายหนุ่มเอาเสียเลย ในนครหลวงแห่งนี้จะมีใครกล้าพูดจาสามหาวกับหลัวซานเหนียนผู้นี้อีก
“ซานเหนียน ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก เถ้าแก่ปู้พูดถูกแล้ว ตอนนี้ร้านยังเปิดอยู่ เราจะขัดจังหวะการทำมาค้าขายของคนอื่นไม่ได้นะ” เจวี้ยนเอ๋อร์รีบพูดพร้อมดึงตัวหลัวซานเหนียนที่กำลังจะบันดาลโทสะเอาไว้ ใบหน้าของนางดูลุกลี้ลุกลน
สุดท้ายหลัวซานเหนียนก็ยอมจำนนต่อคำขอของเจวี้ยนเอ๋อร์ นางไม่ได้โกรธถึงขั้นนั้นแต่แรกแล้ว แค่รู้สึกรำคาญความขวางโลกของปู้ฟางก็เท่านั้น
“ข้าจะฟังเจ้าก็แล้วกัน เช่นนั้นมาสั่งอาหารร้านหมอนี่กินกันหน่อยดีกว่า ถึงเจ้าผีบ้านี่จะจองหองแถมยังอารมณ์ร้าย แต่อาหารฝีมือเขาก็อร่อย