ังพลิกกลับมาชนะไม่ได้เลย”
ใบหน้าของอาเหวยมืดมนลงทันที เขาเหลือบมองป้าเยวี่ยคนสวยโดยไม่พูดอะไร ไม่มีอะไรให้ต้องอธิบายเพิ่มเติมอีก แพ้ก็คือแพ้ เขาทำได้เพียงโทษตัวเองเท่านั้นว่าความสามารถไม่มากพอ
แววประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของป้าเยวี่ย “อาลู่กับอาเหวยแพ้ที่งานสมโภชร้อยครอบครัวรึนี่… ทั้งๆ ที่เป็นพ่อครัวที่เก่งกาจถึงเพียงนี้เนี่ยนะ ความสามารถของพ่อครัวแม่ครัวแห่งจักรวรรดิวายุแผ่วพัฒนาขึ้นจนน่ากลัวถึงขั้นนี้แล้วหรือนี่
“ถึงอย่างไรอาลู่และอาเหวยก็เป็นศิษย์ที่ได้รับวิชาโดยตรงจากตาแก่เชียวนะ!”
“ไม่เป็นไรนะ แพ้ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าให้พวกเจ้าสองคนหลงคิดไปว่าความสามารถในการทำอาหารของตนนั้นเลิศเลอที่สุดในปฐพี เจออุปสรรคเสียบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอก” ป้าเยวี่ยพูดพร้อมหัวเราะหึๆ จนทำให้หน้าอกกระเพื่อมตามแรงโยก ลูกค้าหลายคนในร้านดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที
ใบหน้าของอาเหวยและอาลู่พลันหมองลง ขณะมองไปรอบๆ ด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของร้านอาหาร
พวกเขาเหยียบขึ้นไปบนชั้นสอง พื้นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตอบรับทุกย่างก้าวขณะเดินไปบนพื้นไม้ที่ดูไม่ค่อยมั่นคง ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งมืดขึ้นเรื่อยๆ จนทั้งสองมาหยุดอยู่หน้าห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง
อาเหวยเคาะประตูด้วยท่าทางเคารพ ความจองหองที่ปรากฏอยู่เสมอบนใบหน้าหายวับไปทันที
“เข้ามาได้” เสียงชราดังลอดออกมาจากในห้อง สองศรีพี่น้องหันมามองหน้ากันก่อนจะเ