ุใดตาแก่ถึงบอกว่าทวีปนี้เต็มไปด้วยคนมีพรสวรรค์มากมาย และย้ำเตือนกับเราเสมอว่าอย่าผยองจนเสียคน เพิ่งมาถึงนครหลวงหมาดๆ เราก็โดนรับน้องเสียแล้ว” อาเหวยคิด
“พี่ใหญ่ พอเจอเถ้าแก่ปู้เข้าไปข้าก็รู้สึกเหมือนพวกเราจะแพ้เลย…” อาลู่เอ่ย ดูไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย
อาเหวยหยุดเดิน เชิดคางคมกริบขึ้นพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเหตุนี้เราถึงต้องทำสุดความสามารถอย่างไรเล่า… ตอนแรกข้าคิดว่าเราจะเอาที่หนึ่งมาครองได้โดยไม่ต้องออกแรงอะไร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายดายอย่างที่คิดไว้ตอนแรกเสียแล้ว!”
เขายืดหลังตรง ยกกระทะใบใหญ่ออกจากหลัง ก่อนกระแทกลงบนพื้น ทำให้พื้นสั่นเล็กน้อยแล้วยุบลงไปนิดหนึ่ง
“เรามาทำกันให้เต็มที่ หากอยากชนะที่หนึ่งก็ต้องงัดทุกเคล็ดลับในการทำอาหารออกมาให้หมด มิเช่นนั้นเราคงไม่แม้แต่จะเทียบชั้นเถ้าแก่ปู้ได้!” อาเหวยเอ่ย
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังเป็นอย่างมากของผู้เป็นพี่ ชั้นไขมันบนใบหน้าอาลู่ก็กระเพื่อม สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังเช่นกัน ชายอ้วนล้วงมือลงไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน หยิบน่องไก่ออกมา แล้วยัดใส่ปากก่อนเริ่มเคี้ยวอีกครั้ง…
…
บรรยากาศรื่นเริงของงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิเข้าเติมเต็มนครหลวง หรืออาจจะทั้งจักรวรรดิวายุแผ่วด้วยซ้ำไป
บ้านทุกหลังต่างกำลังตระเตรียมงานกินเลี้ยงต้อนรับเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้รางวัลตนเองที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา และสร้างความสุ