อาลู่หน้าตาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ดวงตาจับจ้องไปที่จานซี่โครงเปรี้ยวหวานสีส้มสวยควันฉุยในจานเบื้องหน้าสุนัขสีดำตัวใหญ่ เขาลืมน่องไก่ในมือที่กินไปครึ่งหนึ่งเสียสนิท ลืมแม้กระทั่งเคี้ยวเนื้อที่เหลืออยู่ในปาก
ซี่โครงเปรี้ยวหวานจานนี้กลิ่นหอมเหลือเชื่อ หอมเสียยิ่งกว่าเนื้อย่างที่ตาแก่จากเมืองอาทิตย์ขจีทำเสียอีก แม้ตาแก่ผู้นั้นจะเป็นคนสอนทั้งสองทำอาหารก็ตาม เมื่อมีตัวเปรียบเทียบเช่นนี้ อาลู่ก็รู้สึกราวกับว่าน่องไก่ในมือของเขาจืดชืดไร้รสชาติไปทันที
อาลู่เหลือบตามองน่องไก่ในมือตน จากนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา เขายัดน่องไก่ใส่ปากเคี้ยวๆ แล้วก็กลืน
สุนัขสีดำตัวใหญ่กำลังจะลงมือกินซี่โครงเปรี้ยวหวานอย่างมีความสุข แต่ร่างของมันกลับสั่นขึ้นมาเสียก่อน มันเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็เห็นสายตาของอาลู่ ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความละโมบหิวกระหาย เป้าหมายก็คือซี่โครงเปรี้ยวหวานจานนี้นั่นเอง
“ไอ้มนุษย์นี่กล้าดีอย่างไรบังอาจคิดจะแย่งซี่โครงเปรี้ยวหวานของท่านสุนัขผู้นี้กัน!” เจ้าดำโมโหโทโสเป็นอันมาก! มันลุกขึ้นยืนบังจานซี่โครงเปรี้ยวหวานทันที โดยหันก้นให้อาลู่แล้วกระดิกหางอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อถูกบังสายตาไปเรียบร้อย อาลู่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมล้มเลิกการขโมยกินทางดวงตา เขาจึ๊ปากแล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ราวกับกำลังพยายามเลียกลิ่นของซี่โครงเปรี้ยวหวานในอากาศ
“เก็บลิ้นกลับเข้าปากไปเดี๋ยวนี้ เหตุใดจึงทำตัวเหมือนพ่อครัวที่ไม่