ทำอาหารของตนเองมาก ตั้งแต่ได้มาฝึกวิชากับตาแก่ ทักษะของเขาก็ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่มีทางเลยที่พ่อครัวธรรมดาๆ จะเอาชนะเขาได้
“ข้าไม่เชื่อ เจ้าโกหก… ออกไปเรียกพ่อครัวตัวจริงมาเร็ว” อาเหวยพูดพร้อมเหลือบมองปู้ฟาง
ปู้ฟางงงไปสักครู่ ก่อนจะมองอาเหวยด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนไม่เต็มเต็ง หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าให้ไปเรียกพ่อครัวตัวจริงมา ปู้ฟางก็ยืนอยู่ตรงนี้ แล้วหมอนี่มันจะไปมองหาใครอีก
เขาไม่มีความคิดที่จะสนใจใยดีคนไร้เหตุผลเช่นนี้ จึงหันหลังกลับเข้าร้าน มุ่งหน้าไปที่ห้องครัวทันที
อาเหวยมุ่นคิ้วเข้าหากัน สายตาจ้องไปที่แผ่นหลังของปู้ฟาง เขาเข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ สายตาไร้ความสนใจใยดีที่ปู้ฟางมองเขาก่อนจะหันหลังกลับไปนั้น ทำให้เขาเกิดสงสัยในตัวเองขึ้นมา…
“เอาล่ะ อาลู่ เราเข้าไปดูในร้านนี้กัน” อาเหวยเชิดคางแหมขึ้นแล้วพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อน
“ข้าไม่คาดคิดเลยว่าพวกเราจะมาเจอร้านที่น่าสนใจเข้า ทั้งที่เพิ่งมาถึงนครหลวงได้ไม่นาน” อาเหวยพูดกับตนเอง หลังจากที่รออยู่นาน ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากผู้เป็นน้องชาย จึงหันหน้าไปมองด้วยความฉงนสนเท่ห์ แล้วก็เห็นอาลู่กำลังค่อยๆ ย่องเข้าไปหาเจ้าดำ มือควักน่องไก่ออกมาจากผ้ากันเปื้อน
“เจ้าหมาน้อยน่ารัก อยากจะแลกน่องไก่ของข้าสองน่องกับซี่โครงเปรี้ยวหวานหนึ่งชิ้นของเจ้าไหม สองชิ้นไม่พอรึ สามเล่า สี่ล่ะ”
ขณะที่ค่อยๆ ย่องไปข้างหน้านั้น เนื้อบนหน้าอาลู่ก็สั่น