น่าดู!” อาเหวยเอ่ย
ปู้ฟางยิ้มกว้างขณะเหลือบตามองสองพี่น้องแสนประหลาด จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่บอกให้รอสักครู่แล้วเดินกลับเข้าครัวไปเท่านั้น
อาลู่และอาเหวยหาโต๊ะแล้วนั่งลง แม้บรรยากาศภายในร้านจะแตกต่างจากภายนอกมาก จนทำให้พวกเขาทั้งสองรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แต่เครื่องเรือนที่ใช้ตกแต่งนั้นไม่ใช่เครื่องเรือนหรูหราราคาแพงแม้แต่น้อย หน้าตาของมันเหมือนที่ใช้ตามร้านธรรมดาทั่วไปไม่มีผิด
“พี่ใหญ่ คนอื่นๆ กำลังกินอาหารสุดหรูชุดใหญ่ในวันเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ แต่พวกเรากลับมากินข้าวผัดไข่กันนี่นะ… เหตุใดจึงไม่สั่งซี่โครงเปรี้ยวหวานมาด้วยเล่า หรือไม่ก็เนื้อตุ๋นตำรับจีนก็ได้…” อาลู่พูดพร้อมกลืนน่องไก่อีกชิ้น
“ฮึ… เจ้าจะบริจาคผลึกในกระเป๋าทั้งหมดให้ร้านบ้านี่เลยหรืออย่างไร เจ้าสมองทึบรึ!” อาเหวยเย้ย
เขาดูหัวเสียเป็นอย่างมาก ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมด้วยกระทะอันเบ้อเริ่มบนหลัง
ใบหน้าของอาลู่เต็มไปด้วยความผิดหวังจนตัวสั่นด้วยความหงุดหงิด “ไม่ได้กินเนื้อเลย… ข้าอยากร้องไห้” อาลู่พึมพำกับตนเอง จากนั้นเขาก็หยิบน่องไก่ออกมาสองน่อง ยัดเข้าปาก แล้วเริ่มเคี้ยวอย่างโกรธเกรี้ยว
ทันใดนั้นเสียงเคี้ยวกร้วมๆ ก็หยุดลง จมูกของอาลู่กระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของเขาเป็นประกายแรงกล้า ขณะมองไปทางห้องครัว
ร่างสูงโปร่งกำลังเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมข้าวผัดไข่ร้อนฉ่าสองชาม
………………..