กจากขนมทำให้ดวงตาของพวกเขารื้นไปด้วยน้ำ
“พี่หญิง… พอกินขนมนี้เข้าไปแล้ว เหตุใดข้าจึงนึกไปถึงสามปีที่ท่านแม่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่บนเตียงกันนะ ข้ารู้สึกเศร้าเหลือเกิน” เซียวเสี่ยวหลงเอ่ย
เซียวเยียนอวี่หลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นนางก็ลืมตาขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า “น้องชายสุดบ้องตื้นของข้า ท่านแม่ก็ตื่นขึ้นมาแล้วอย่างไรเล่า”
เซียวเยียนอวี่เองก็ได้ลิ้มรสอารมณ์ในขนมไหว้พระจันทร์ผ้าไหมพันชั้นเข้าไปเช่นกัน แต่นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่ปู้ฟางอยากจะสื่อ อาจจะมีแค่ชายหนุ่มคนเดียวที่ได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของขนมนี้ก็เป็นได้
“กลับไปบ้านแล้วฝากขอบคุณมารดาของเจ้าด้วย ขนมชิ้นนั้นอร่อยจริงๆ” ปู้ฟางพูดขณะยืนคาอยู่ที่ปากประตู หลังจากกินขนมไหว้พระจันทร์ผ้าไหมพันชั้นหมดก็ถึงเวลาที่ทั้งสามต้องกลับบ้าน
เซียวเยียนอวี่ประหลาดใจพอตัว นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มสวย “เถ้าแก่ปู้นี่รู้จักขอบคุณคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือ ประหลาดนัก”
“อืม แน่นอน ข้าจะบอกท่านแม่ให้ การที่เถ้าแก่ปู้ชมความสามารถในการทำอาหารของคนอื่นนั้นเป็นเรื่องหายากยิ่งนัก” เซียวเยียนอวี่เอ่ย
ปู้ฟางยิ้มกว้าง จากนั้นเขาก็มองทั้งสามเดินจากไปแล้วพึมพำเบาๆ คนเดียว “ใช่แล้ว แต่ถ้านางนวดแป้งได้ชำนาญกว่านี้และควบคุมความร้อนได้ดีกว่านี้ รสชาติย่อมดีขึ้นอีกแน่นอน”
ปู้ฟางไม่ได้พูดดัง แต่กลับฟังชัดในตรอกที่เงียบกริบเป็นป่าช้า
เซียวเยียนอวี่ที่ก