ะหมี่เข้าปากอยู่ข้างๆ
“กินให้มันเสียงเบากว่านี้ไม่ได้หรือ ท่านพ่อทำให้ข้าหมดอารมณ์กินซุปปลา! ท่านพ่อตัวเหม็น!” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองพร้อมทำปากยื่นยาว
“…แค่ก แค่ก แค่ก!”
ดวงตาของโอวหยางซงเหิงเบิกกว้าง เสียงสูดเส้นบะหมี่หยุดลงทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แม่ทัพใหญ่เอามือปิดปากพร้อมไอโขลกๆ… เขากินเร็วเกินไปจนสำลักเส้นบะหมี่เสียเอง
โอวหยางซงเหิงคว้าจอกสุราหัวใจหยกเยือกแข็งที่โอวหยางเจินกำลังจะจิบ แล้วยกจอกนั้นขึ้นซดจนหมดในอึกเดียว ตอนนั้นเองเขาก็พลันรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ไปทั้งร่าง!
“ช่าง… ช่างสดชื่นอะไรเช่นนี้!” โอวหยางซงเหิงพูดด้วยสีหน้าพึงพอใจ เขาใช้แขนเสื้อเช็ดหนวดตนเองตบท้าย
จากนั้นแม่ทัพใหญ่ก็จึ๊ปากแล้วทำจมูกบาน “สวรรค์ช่วย… นี่กลิ่นอะไรกัน! สุรารึ สุราอะไรหอมถึงเพียงนี้!”
โอวหยางซงเหิงก้มลงมองจอกกระเบื้องในมือของตน จากนั้นก็ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นโอวหยางตี้ถือเหยือกอยู่ในมือและกำลังรินสุราใส่จอก
“ไอ้พวกลูกบ้า รีบรินใส่ให้เต็มจอกของข้าเร็ว! กล้าดีอย่างไรอุบเงียบเอาไว้ไม่แบ่งสุรากับพ่อกัน! พอกลับบ้านไปพวกเจ้าต้องฝึกหนักขึ้นเป็นสองเท่า!”
สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางและน้องสาวคนสุดท้องหมดสิ้นซึ่งคำพูดทันที
“ซู้ด!” หลังจากที่กระดกสุราหัวใจหยกเยือกแข็งหมดอีกจอก โอวหยางซงเหิงก็กลับมาสูดเส้นบะหมี่เข้าปากอีกครั้ง
…
เมื่อกินอาหารเสร็จเรียบร้อย บรรดาสมาชิกตระกูลโอ