วพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามาในร้าน อากาศหนาวเย็นภายนอกนั้นไม่เหมาะกับการไปยืนแกร่วทำพิธีรีตองกันแม้แต่น้อย
“เสี่ยวอี้ เหตุใดจึงพาคนมามากมายเช่นนี้” ปู้ฟางถามด้วยความงุนงง
“ท่านพ่ออยากปรึกษาอะไรกับนายท่านนิดหน่อย ส่วนพวกท่านแม่มาเพื่อกินอาหารอร่อย ท่านพ่อบอกว่าจะเลี้ยงน่ะ!” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แก้มของนางเป็นสีชมพูกลีบกุหลาบ ดวงตาเป็นประกายเหมือนอัญมณีมีค่า ดูน่ารักยิ่งนัก
“จะเลี้ยงรึ” ปู้ฟางงงไปพักหนึ่ง จากนั้นก็เหลือบตามองโอวหยางซงเหิง “หมอนี่… มีเงินพอรึ”
“ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามาในร้านก่อนก็แล้วกัน จะสั่งอะไรก็ดูรายการอาหารที่ด้านหลัง เสี่ยวอี้ วันนี้เจ้าก็อยู่กับบิดามารดาเถิด ไม่ต้องทำงาน” ปู้ฟางพูดแล้วเริ่มเดินไปทางห้องครัว
โอวหยางซงเหิงอยากพูดอะไรบางอย่างขณะมองแผ่นหลังของปู้ฟาง แต่ก็รู้สึกลังเลใจขึ้นมา “ช่างมันก่อนก็แล้วกัน เอาไว้รอหลังกินเสร็จ มาดูกันก่อนว่าอาหารของหมอนี่จะอร่อยเหมือนที่เขาร่ำลือกันไหม และหมอนี่ควรค่าพอให้ข้าเอ่ยปากเชิญด้วยตนเองหรือเปล่า” แม่ทัพคิด
พอโอวหยางซงเหิงหันหลังกลับไปมองรายการอาหาร เขาก็แทบกระอักเลือดออกมาเต็มปาก!
เขาจำได้ขึ้นมาทันทีว่าอาหารของร้านใจไม้ไส้ระกำนั้นราคาแพงหูฉี่จนแทบอยากตาย “ข้าสติฟั่นเฟือนไปแล้วรึ เหตุใดจึงอุตริไปสัญญากับลูกสาวคนเล็กว่าจะเลี้ยงอาหารทุกคนเช่นนั้น!”
เขามองไปที่ราคาซึ่งเขียนเรียงลงมาเป็นแถว