น้อยได้ส่งคนไปเชิญร้านเล็กๆ ของฟางฟางให้เข้าร่วมแล้วพะย่ะค่ะ แต่ว่า…”
สีหน้าของขุนนางผู้นั้นดูประหลาดชอบกล เขาดูเหมือนไม่กล้าพูดต่อ
จีเฉิงเสวี่ยรู้สึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาทันทีจึงเอ่ยถามต่อ “เกิดอะไรขึ้นรึ แล้วผลเป็นอย่างไรกัน”
“คนที่ข้าน้อยส่งไปเชิญ… แก้ผ้าล่อนจ้อนกลับมาพะย่ะค่ะ เถ้าแก่ปู้… ไม่ยอมเข้าร่วมงานพะย่ะค่ะ” ขุนนางผู้นั้นพูดอย่างลังเล ดูเหมือนว่าจะอายที่ต้องเอ่ยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้นทั่วทั้งราชสำนักก็หันมามองหน้ากันทันที แก้ผ้าล่อนจ้อนกลับมารึ หรือว่าโดนจับแก้ผ้ากันนะ
“ฮ่าๆๆๆ! สมเป็นเถ้าแก่ปู้ หากให้ข้าเดา คนที่เจ้าส่งไปนี้เป็นพวกหัวสูงใช่หรือไม่ ทั้งยังไม่เข้าใจอุปนิสัยของเถ้าแก่ปู้เอาเสียเลย” ทันทีที่จีเฉิงเสวี่ยได้ยินเรื่องราวจากขุนนางผู้นั้น เขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้
สีหน้าของบรรดาขุนนางในราชสำนักดูประหลาดถึงขีดสุด “เหตุใดท่านจักรพรรดิจึงหัวเราะกัน ท่านกำลังหัวเราะเรื่องการโดนจับแก้ผ้าต่อหน้าประชาชีเช่นนั้นรึ หรือว่า… ท่านจักรพรรดิจะทรงชอบดูคนวิ่งแก้ผ้ากันนะ”
ขุนนางเจ้าของความคิดพยักหน้ารับ “คนที่ข้าน้อยส่งไปนี้จัดว่าเป็นพวกหัวสูงพอควรเลยทีเดียว แต่… การที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟางจับเขาแก้ผ้า ข้าน้อยมองว่าไม่ค่อยเหมาะสมนักพะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าไม่ต้องส่งใครไปอีก และไม่ต้องกังวลเรื่องการพยายามโน้มน้าวใจให้เถ้าแก่ปู