หลักในการหมักสุราเสียที” ปู้ฟางคิด ชายหนุ่มคิดชื่อสุราชนิดใหม่นี้ออกแล้วด้วย เขาจะเรียกมันว่า “สุราตื่นรู้สามสาย”
“หือ” ชายหนุ่มคิดอยู่สักพักราวกับรู้สึกว่ามีอะไรไม่เข้าที่เข้าทาง “ช่างเถิด ใช้ชื่อนี้ไปก่อนแล้วกัน”
อั่ก…
เจ้ามู่เฉิงกระอักเลือดออกมาเต็มปาก จากนั้นก็โซเซลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด ลมหายใจติดขัดไม่สม่ำเสมอ เขาพ่ายแพ้ให้กับผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้นจิตยุทธการที่ยั่วยุเขาด้วยมีดทำครัว…
เจ้ามู่เฉิงรู้สึกตกใจ เสียใจ และเริ่มสงสัยในตัวตนของตัวเองขึ้นมาทันที
แต่ด้วยความที่มาจากสำนักพุทธ จิตใจของเขาจึงสงบลงในเวลาไม่นาน เมื่อเจ้ามู่เฉิงเห็นสีหน้าที่อ่อนแรงลงของปู้ฟาง เขาก็เข้าใจทันที… “หมอนี่ใช้การโจมตีจากวงแหวนปราณได้เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นพลังปราณของมันจะหมดลง และอ่อนแอมาก”
“แม้แต่จักรพรรดิองค์ก่อนยังต้องสะสมสมบัติเอาไว้มากมาย ทั้งยังต้องใช้พลังปราณจากหัวหน้าขันทีเพื่อให้ตนเองควบคุมอภิมหาวงแหวนปราณหายนะเศียรมังกรได้ แล้วไอ้ผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้นจิตยุทธการไร้น้ำยานี่มันมีพลังขนาดนี้ได้อย่างไร”
“เยี่ยม… เยี่ยมมาก! เจ้าคือเถ้าแก่ปู้ใช่หรือไม่ ข้า เจ้ามู่เฉิง ได้ประทับเจ้าเอาไว้ในความทรงจำของข้าแล้ว!”
เจ้ามู่เฉิงบังคับตนเองให้ยืนนิ่ง สายตาจ้องไปที่ปู้ฟางไม่ลดละ จากนั้นเขาก็ยิ้ม ก่อนหันหลังกลับแล้วส่งพลังปราณให้หมุนวนรอบกาย เขาตั้งใจจะหนี
อยู่ต่อไปก็รังแต่จะเจอปัญห