ของราชสำนักไปแล้ว
ใบหน้าขององค์ชายรัชทายาทก็ดูขมขื่นเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เอ่ยถามอะไร หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาไม่กล้าถามมากกว่า จีฉางเฟิ่งในตอนนี้ไม่ใช่จีฉางเฟิ่งที่ป่วยหนักอีกต่อไป แต่เป็นจักรพรรดิที่เปลี่ยนไปเป็นมังกรเทพมายาผู้ทรงอำนาจ ภายในวงแหวนปราณนี้ เขาจะเอาชีวิตใครก็ได้เพียงแค่นึกคิดเท่านั้น
มังกรเทพขยับตัวในที่สุด ร่างยักษ์ของมันส่ายไหวไปมา แต่ละท่วงท่าทำให้เกิดเสียงเหมือนสายฟ้าฟาด เศียรมังกรขนาดยักษ์หันมา ดวงตาจ้องไปที่บุตรชายคนที่สองอย่างไร้ความรู้สึกแล้วเปิดปากพูด
“ข้าอนุญาตให้เจ้าตั้งคำถามกับการตัดสินใจของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
เสียงทรงอำนาจที่โถมเข้ามานี้ทำให้อวี่อ๋องรู้สึกราวกับฤดูหนาวได้ทับโถมลงมาบนกาย รูม่านตาของเขาหดแคบ พลังกดดันกระแทกลงมาจากฟากฟ้า กดทับบดขยี้ลงบนตัวเขา บังคับให้ชายหนุ่มต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความจำนน
“สมรู้ร่วมคิดกับกบฏจากสำนักคืออาชญากรรมแรกของเจ้า ลบหลู่ดูหมิ่นเกียรติของข้าคืออาชญากรรมที่สองของเจ้า พยายามสังหารน้องชายของตนคืออาชญากรรมที่สามของเจ้า ความผิดร้ายแรงทั้งสามกระทงนี้จะถูกตัดสินโทษพร้อมกัน ข้าจะผนึกพลังปราณของเจ้าให้ใช้การไม่ได้อีก และยึดตำแหน่งอ๋องของเจ้าเสีย เจ้าจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้ โดยการเฝ้าสุสานหลวงเป็นเวลาสามปีเต็ม ภายในสามปีนี้ เจ้าจะไม่มีวันได้ย่างกรายออกจากสุสานหลวงเป็นอันขาด” ร่างมายาของมังกรเทพพูดเสียงเรียบขณะลอยอยู่บน