้นนางก็ยังคงมองไปรอบๆ เพื่อหาร่างของจีเฉิงเสวี่ย แต่ก็พบว่าน้องชายของตนไม่ได้อยู่ที่ลานจัตุรัสของประตูมายาสวรรค์แต่อย่างใด…
“เฉิงเสวี่ยอยู่ที่ใดรึ เหตุใดจึงยังไม่มาอีก” จีรู่เอ๋อร์พูดเสียงอ่อนแรงกับเซียวเหมิงผู้เป็นสามี
เซียวเหมิงเองก็สงสัยเช่นเดียวกัน เมื่อวานนี้จีเฉิงเสวี่ยหนีรอดจากอันตรายไปได้ เหตุใดจึงยังไม่ปรากฏตัวในวันสำคัญเช่นนี้อีก
ในฐานะผู้ที่ถูกเลือกให้รับช่วงต่อในพินัยกรรม จีเฉิงเสวี่ยควรกระตือรือร้นมากกว่านี้!
“หรือว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น” เซียวเหมิงคิด ดวงตาเป็นกังวลกับความไม่แน่นอน แต่สุดท้ายเขาก็บังคับตนเองให้ยิ้มออกมาแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไรหรอก เฉิงเสวี่ยอาจจะติดธุระสำคัญเลยมาช้าก็เป็นได้ เดี๋ยวเขาก็มา ก็เขาได้รับ… ตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์นี่นะ”
แม้จีรู่เอ๋อร์จะรู้สึกกระสับกระส่ายชอบกล แต่รอยยิ้มอ่อนโยนของเซียวเหมิงก็ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นได้ นางยิ้มบางแล้วพยักหน้าตอบรับ
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงที่ยืนอยู่ด้านหลังรู้สึกมีความสุขเอ่อล้น เมื่อเห็นบิดาและมารดาของตนพูดคุยกันด้วยความรัก
เซียวเยียนอวี่มองไปรอบๆ แต่ก็หาร่างที่คุ้นเคยไม่เจอ… จากที่บิดาของนางได้เล่าให้ฟัง ดูเหมือนว่าคนที่ทำให้มารดาตื่นขึ้นก็คือเซียวเยวี่ยพี่ชายของพวกเขาเอง
ยิ่งไปกว่านั้น มารดายังเล่าความจริงให้ทั้งสองฟังแล้ว ทำให้ความจงเกลียดจงชังที่มีต่อเซียวเยวี่ยสลายหายไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดแทน
นักดนตร