ีหลวงเดินเรียงแถวกันออกมาจากท้องพระโรง เหลียนฟู่ในชุดไว้ทุกข์ก็ค่อยๆ เดินตามออกมาเช่นกัน ใบหน้าของเขาดูซูบซีด ผมเผ้าหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง
เหลียนฟู่ดูเหนื่อยจนแทบขาดใจ ถุงใต้ตาของเขาห้อยลงมา ส่วนดวงตาก็เป็นเส้นเลือดแดงก่ำ พลังปราณที่แผ่ออกจากร่างดูไม่เสถียรชอบกล
แต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไร เพราะเขาอาจกำลังจมอยู่ในความเศร้าก็เป็นได้
อย่างไรเสียเหลียนฟู่ก็เป็นคนสนิทของจักรพรรดิฉางเฟิ่ง
“องค์ชายสามอยู่ที่ใดกัน” เหลียนฟู่ถามเสียงแหลมสูง โบกสะบัดแส้หางม้าในมือเล็กน้อย
แต่ก็ไม่มีใครตอบได้ องค์ชายรัชทายาทและอวี่อ๋องกลับก้าวออกมาแทนเพื่อประสานฝ่ามือและกำปั้นคารวะ
เหลียนฟู่มองทั้งสองด้วยสายตามีความหมาย ก่อนจะเริ่มดำเนินพิธีการก่อนการฝังพระศพต่อไป พิธีนี้เป็นพิธีที่เข้มงวดและจริงจัง ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในราชวงศ์ผู้ปกครองจักรวรรดิวายุแผ่ว องค์ชายทุกคนจะต้องปฏิบัติตามประเพณีนี้อย่างเคร่งครัด
“ต่อไปจะเป็นพิธีรับโลงพระศพ” เหลียนฟู่เอ่ยพร้อมสะบัดแส้ในมืออีกครั้ง
ทันทีที่พูดจบ บรรดาข้าราชการและทหารเบื้องล่างก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน
มุมปากของเจ้ามู่เฉิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่งสำรวม
อวี่อ๋องและองค์ชายรัชทายาทก้าวออกมาอีกครั้ง อวี่อ๋องเอ่ย “หัวหน้าขันทีเหลียน เราจะพลาดฤกษ์ที่วางไว้ไปไม่ได้ ให้ข้าเป็นผู้รับโลงพระศพแทนเถิด”
“เหตุใดต้องเป็นเจ้าด้วย หากจะมีใครควรเป็นผู้รับโลงพระศพ… ก็ต้อง